อย่ามาแหยม!! “อดีตรองโฆษกปชป.”ตบปาก “สิระ”ป้อง "มาร์ค" นักการเมืองต้นแบบปชต.รักษาสัจจะมากกว่าอำนาจ ย้อนผู้นำประเทศทำได้ไหม
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เรื่องอยากสมานฉันท์ ต้องระวังคำพูดโดยเฉพาะ คนในพรรคพลังประชารัฐ อย่างนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาพาดพิง 4 อดีตนายกรัฐมนตรี แบบไม่ให้เกียรติ ทั้ง ๆ ที่บุคลากรเหล่านี้คือ อดีตผู้นำประเทศ ไม่ว่านายสิระ จะมีความรู้สึกส่วนตัวกับคนเหล่านี้อย่างไร ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปกล่าวหาด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เพราะในขณะที่พวกท่านตำหนิ กลุ่มเยาวชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลว่า ไม่รู้จักกาลเทศะ ไร้ซึ่งสัมมาคารวะ ก็ต้องย้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ การพาดพิงในลักษณะตั้งคำถามถึงอดีตนายกอภิสิทธิ์ ว่าตอนหาเสียงบอกไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ลาออกจาก ส.ส. หมายความว่าไม่ยอมรับระบบรัฐสภาหรือไม่ สะท้อนถึงภูมิปัญญาทางการเมืองของนายสิระว่ามีปัญหา เนื่องจากการลาออกจากส.ส.ของอดีตนายกอภิสิทธิ์ เป็นการแสดงสปิริตรักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน ถือเป็นต้นแบบนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ให้คุณค่ากับการรักษาคำพูด มากกว่าการเข้าไปแอบอิงอำนาจ ซึ่งหากผู้นำประเทศที่นายสิระปกป้องนักหนา จะมีสปิริตเพียงแค่ครึ่งเดียวที่อดีตนายกอภิสิทธิ์มี สถานการณ์การเมืองคงไม่ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้
“ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจของอดีตนายกอภิสิทธิ์ อยู่บนพื้นฐานรักษาประชาธิปไตย ใช้กลไกสภายุติปัญหามาโดยตลอด การกล่าวหาในเชิงตั้งคำถามว่าท่านไม่ยอมรับระบบรัฐสภา จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ความจริง ตนไม่อยากตอบโต้เลย เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศที่กำลังมีความพยายามนับหนึ่งสร้างความสมานฉันท์ผ่านกลไกรัฐสภา ถ้าพรรคพลังประชารัฐและผู้มีอำนาจ ต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น ยุติความขัดแย้งด้วยระบบการเมือง ต้องปรามลูกหาบที่คอยออกมาทิ่มแทงคนอื่นให้หยุดได้แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกท่านนั่นแหละ ที่กำลังพาชาติสู่ทางตัน ทั้งที่มีโอกาสร่วมกันหาทางออกให้บ้านเมืองได้ แต่กลับเลือกปกป้องอำนาจ มากกว่าปกปักรักษาชาติบ้านเมือง"นายเชาว์ กล่าว