ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิดที่ สายบุรี

การเมือง22 ก.ย. 2560 • 11:57 น.
ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิดที่ สายบุรี
ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิด ยัน ไม่ใช่ความประมาท ย้ำ มทภ.4 อุดช่องว่าง เผย กลุ่มผู้เห็นต่างไร้เอกภาพ กำหนดพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้ สั่ง จนท.ดูสติถิ ใช้งาน เรือเหาะ รอบ 8 ปี แจง ไม่คุย มท.1 เผย เรื่องกองทัพ ไม่ใช่ตัวบุคคล วันที่ 22 ก.ย.60 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการลอบวางระเบิดที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ถือเป็นการปฏิบัติภารกิจ ที่เคยดำเนินการมาของทหารพรานใน ลาดตระเวนเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุผู้ก่อเหตุรุนแรงก็กดระเบิด ซึ่งยืนยันว่าการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความระมัดระวังและมีการเปลี่ยนเส้นทางในทุกวัน ถือเป็นการสูญเสียที่น่าเสียใจ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวยอมรับว่า ในช่วงนี้มีเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เจ้าหน้าที่พลาด ซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามอาจจะมองว่าเป็นช่วงท้ายๆในการสับเปลี่ยนกำลัง ซึ่งอาจจะเกิดช่องว่างตนได้สั่งการให้ทาง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ไปดูแลแล้ว ซึ่งฝากทุกส่วนให้ระมัดระวัง และเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เกิดจากความประมาทซึ่งตนดูจากการปฏิบัติงานของกรมทหารพรานที่ 44 ถือว่ารอบคอบพอสมควร แต่การเผชิญหน้าก็มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในขณะที่การพูดคุยสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังคงดำเนินการต่อ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เห็นต่างไม่ร่วมกำหนดพื้นที่ปลอดภัยนั้น การพูดคุยเป็นการหารายละเอียดร่วมกันในความขัดแย้งที่มี ของทั้งสองฝ่ายโดยมีเงื่อนไขที่ละเอียดอ่อนความได้เปรียบเสียเปรียบจึงต้องใช้เวลา นอกจากนี้ยังมีจุดเปราะบาง คือความเป็นเอกภาพของกลุ่มผู้เห็นต่าง พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวชี้แจง ถึงการปลดประจำการเรือเหาะตรวจการณ์ของกองทัพบกว่า เป็นการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบกตามปกติ ความมุ่งหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้นสถานการณ์มีการสูญเสียเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน จึงจัดซื้อเรือเหาะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัย ของประชาชน และใช้ตรวจการ พื้นที่สำคัญ 3 พื้นที่ในตัวเมืองหลัก และสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี เช่นการปิดล้อมตรวจค้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวชี้แจง เพิ่มเติมว่าขั้นตอนการจัดหาเป็นไปตามขั้นตอนตามปกติ มีการจัดตั้งคณะกรรมการรายชุดเพื่อพิจารณา เมื่อรับมาใช้งานในระยะหนึ่ง ได้รับการร้องเรียน ไม่มีการตรวจสอบการจัดหาและราคาและทางป.ป.ช. ก็ได้เข้าไปตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนขั้นตอนการใช้งานนั้นเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2553 "เรือเหาะเป็นยุทโธปกรณ์ที่เราไม่เคยใช้งานมาก่อนถือเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีชายในภูมิภาคนี้ แต่วัตถุประสงค์แนวความคิดในการใช้งาน ถือว่าตอบโจทย์ ซึ่งด้วยความเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่จึงเกิดความขรุขระในการใช้งานและมีการใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2556 ก็ประสบอุบัติเหตุเนื่องจากสภาพอากาศและมีการซ่อมไปในระยะหนึ่งและนำกลับมาใช้งานต่อ ขณะนั้นผมเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกได้ลงไปตรวจสอบการใช้งานซึ่งสถิติในการใช้งานน้อยลงไปมาก จึงให้มีการตรวจสอบรายละเอียดพบว่าประสบปัญหาในการใช้งานจึงได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาความคุ้มค่าในการใช้งาน หรือการส่งซ่อม และคณะกรรมการได้พิจารณาว่าการชำรุดของผืนผ้าใบเป็นไปตามห้วงระยะเวลาไม่คุ้มค่าสำหรับการส่งซ่อม ต้องจำหน่ายเรือเหาะ มูลค่า 66 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 340 ล้านบาท" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว พล.อ.เฉลิมชัย ยังเปิดเผยต่อว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมสถิติการใช้งานเรือเหาะตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่ต้องเข้าใจว่าเรือเหาะเป็นยุทโธปกรณ์ในการป้องปราม ไม่สามารถชี้ตัวบุคคลและจับตัวได้ คล้ายกับอากาศยานที่บินตรวจการณ์ ซึ่งการปฏิบัติงานทุกครั้งมีการจดบันทึกเอาไว้บางปีก็ใช้งาน 30 ครั้ง และถ้าหากเป็นช่วงแรกแรกของการใช้งานก็มีเป็นจำนวนมาก " ผมคิดว่าเรือเหาะมีความคุ้มค่าในการใช้งาน เนื่องจากทำให้สถิติการปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้ามลดลง จนมาถึงในปัจจุบันซึ่งเรือเหาะอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทโธปกรณ์ในการป้องปรามแต่ต้องสรุปตัวเลขอีกครั้งซึ่งผมพร้อมที่จะชี้แจง กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างไรก็ตามถือเป็นประสบการณ์ในการทำงาน เหมือนเราไปซื้อของในห้างแล้วคิดว่าดีแล้วแต่เมื่อนำมาใช้งานก็ไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็สามารถใช้งานได้" ผบ.ทบ.กล่าว เมื่อถามว่ารวมถึงการซื้อรถถังของจีนด้วยหรือไม่ พลเอกเฉลิมชัยกล่าวว่า การจัดซื้อของดูที่ความต้องการของหน่วย และเมื่อหน่วยเสนอขึ้นมากองทัพบกก็จะจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะว่าเหมาะสมหรือไม่ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการการจัดหาโดยจะมีการประกวดราคาการแข่งขันขึ้นอยู่กับยุทโธปกรณ์แต่ละประเภท เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็น ผู้อนุมัติในการจัดซื้อในสมัยนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นเรื่องของกองทัพไม่ใช่ตัวบุคคลและตนก็มาเป็นผู้บัญชาการทหารบกในขณะนี้ก็ต้องรับผิดชอบในการดำเนินการต่อไป "ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมก็พยายามจัดหายุทโธปกรณ์ ที่มีคุณค่า อย่างเหตุการณ์การลอบวางระเบิดเมื่อเช้าที่ผ่านมาก็มีเสียชีวิตไป 4 นาย แม้เราจะใช้รถหุ้มเกราะ แต่ขณะนี้ระเบิดมีการพัฒนาให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาก ขออย่ามองแค่มุมเดียว ขอให้มองถึงการรักษาชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวถึง กรณีหน่วยงานความมั่นคง นำตัว พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ให้ลาสิกขา นั้น เป็นเรื่องการแสดงความคิดเห็นในเชิงที่จะก่อให้เกิดปัญหากับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงต้องขอความร่วมมือเมื่อสถานการณ์มันเกิดขึ้นแล้วเราก็พยายามควบคุมความขัดแย้งที่มีอยู่ให้อยู่ในกรอบที่กำหนดซึ่งก็เข้าใจว่ามีบางท่านมีความรู้สึก ที่แตกต่าง แตกต่างออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทาง social ในลักษณะดังกล่าวจะทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้น ซึ่งหลังจากที่ได้มีการพูดคุยท่านก็สึกไป การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่าใช้ความรู้สึกและอารมณ์ ต้องให้เป็นไปตามสภาพของสังคม