"ธนาธร" คาใจ! ยุค คสช. นำ "ผู้เห็นต่าง" ขึ้น "ศาลทหาร"

การเมือง7 เม.ย. 2562 • 08:26 น.
"ธนาธร" คาใจ! ยุค คสช. นำ "ผู้เห็นต่าง" ขึ้น "ศาลทหาร"
วันที่ 7 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครปฐม ประกอบไปด้วยนางสาวสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, นายภาคิน สวนแก้ว, นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, นายสาโรจน์ จุ้ยเจริญ, และนางสาวจุมพิตา จันทรขจร ร่วมขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนในจังหวัดนครปฐม ที่ลงคะแนนให้กับพรรคอนาคคใหม่ โดยในจังหวัดนครปฐมนี้ พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเสียงกว่า 160,000 เสียง และได้ว่าที่ ส.ส. 2 เขต คือนางสาวสุทธวรรณ ที่เขต 3 และนางสาวจุมพิตา ที่เขต 5 โดยเริ่มต้นขบวนที่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน มุ่งสู่ชุมชนรอบตลาดสดตรีสุข มุ่งหน้าต่อไปยังชุมชนตลาดบนและตลาดล่างใกล้สถานีรถไฟนครปฐม ก่อนออกเดินทางต่อไปยังตลาดท่านา นครชัยศรี พุทธมณฑล ก่อนสิ้นสุดที่ตลาดน้ำดอนหวาย โดยมีประชาชนชูสามนิ้วให้กำลังใจตลอดเส้นทางที่แห่ผ่าน และขณะที่ลงพบปะประชาชนที่บริเวณตลาดน้ำดอนหวาย ก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมากตั้งแต่หน้าทางเข้าตลาด จนไม่สามารถเดินเข้าไปในตลาดตามที่วางกำหนดการไว้ตั้งแต่ตอนแรกได้ หลังจากนั้น นายธนาธรและคณะได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขต คือนายทองแดง เบ็ญจะปัก, นายสมัคร ป้องวงษ์, และนายไพฑูรย์ หิรัญการ ขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่กว่า 88,000 คะแนน จนได้ ส.ส.2 ที่นั่งในจังหวัดสมุทรสาคร คือนายทองแดง ที่เขต 1 และนายสมัคร ที่เขต 2 โดยร่วมพบปะขอบคุณประชาชนที่บริเวณ หน้าทางเข้าหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดชุมพล อ.เมือง, ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ถ.ท่าปรง, วงเวียนน้ำพุ ต.มหาชัย, และตลาดนัดวัดบ้านไร่ ต.พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งแต่ละจุดมีผู้สนับสนุนและแฟนคลับมารอพบปะและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก โดย นายธนาธร บอกถึงกรณีคดีความที่ตนต้อง เตรียมขึ้นศาลทหารว่า ในระดับสากลศาลทหารมีไว้ว่าความเฉพาะคดีความของทหารกับทหาร ๆม่มีการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร จึงแปลกใจว่า เหตุใดภายใต้การบริหารงานยุค คสช. จึงนำผู้เห็นต่างขึ้นศาลทหาร พร้อมยืนยันจะไม่มีการเรียกร้องขอความเป็นธรรมใด ๆ เพื่อไปต่อสู้ในศาลพลเรือนปกติ นายธนาธร ยังย้ำว่า คดีความต่าง ๆ ที่เกิดกับพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ทำให้พรรคหวั่นไหว หรือตื่นตระหนก และพรรคยังมั่นใจว่า คดีต่าง ๆ ที่พยายามทำให้พรรคได้รับความเสียหาย หรือพยายามทำให้แกนนำพรรคมีคดีความ ทุกคนจะสามารถต่อสู้ได้ ตามบทกฎหมาย เพราะมั่นใจในบริสุทธิ์ ที่จะไม่มีใครเอาผิดได้ และขอให้ประชาชน ที่สนับสนุนพรรควางใจได้ ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งใด ๆ หรือไม่ ก็ขอให้ประชาชนคงใช้วิจารณาญาณ ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติการถือหุ้นในสื่อมวลชนของนายธนาธร ก่อนรับสมัครเลือกตั้งนั้น ขณะนี้ กกต. ยังไม่มีการติดต่อมาเพื่อให้ไปชี้แจงข้อกล่าวหาใดๆ และยอมรับว่าขณะนี้มีหลายคนยื่นเรื่องให้หน่วยงานต่างๆตรวจสอบตนและพรรคอนาคตใหม่ดังนั้นหากหน่วยงานใดต้องการให้ตนและพักไปรับทราบข้อกล่าวหาก็สามารถทำหนังสือมาได้เพราะมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ทั้งหมดส่วนรายละเอียดต่างๆจะขอไปชี้แจงในชั้นกระบวนการยุติธรรมทีเดียว ทั้งนี้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ จะกระทบกับสถานะว่าที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 ของตนหรือไม่นั้นนายธนาธร มั่นใจว่า จะไม่มีคดีความใด ๆ มากระทบกับสถานะได้ เพราะข้อกล่าวหาต่าง ๆ ไม่ได้มีพื้นฐานความผิด และไม่มีกฎหมายรองรับ นายธนาธร ยังกล่าวถึงการคำนวณสัดส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่ว่า ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่กำลังอยู่ระหว่างการหารือภายในว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเห็นว่า การคำนวณของ กกต. นั้น ไม่เป็นธรรม เนื่องจากพบว่าจำนวนสส 1 คนจะต้องมีคะแนนเสียงเฉลี่ยอย่างน้อย 71,000 คะแนนแต่บางพรรค ได้คะแนนเพียง 30,000 ถึง 40,000 คะแนน ก็สามารถได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คนแล้ว และเมื่อไปเทียบกับ ส.ส.แบบแบ่งเขต ในบางเขตคะแนนดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตได้ พรรคอนาคตใหม่ จึงอยากขอความเป็นธรรม เพราะกฎหมายได้เขียนไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ และ กกต. ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วย