ผู้ช่วยขุนคลังแนะม็อบลดอคติ เปิดใจศึกษามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด ยันรัฐบาลมุ่งช่วยเหลือตรงเป้า ครบถ้วน ครอบคลุมทุกกลุ่ม
นายชื่นชอบ คงอุดม ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ตามที่แกนนำกลุ่มราษฎรและมวลชนจำนวนหนึ่งเดินทางมากระทรวงการคลังและได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ปรับลดงบประมาณในส่วนของสถาบันพระมหากษัตริย์และกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเงินงบประมาณมาใช้ดำเนินมาตรการช่วยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของโควิด 19 นั้น ผมคิดว่าการเรียกร้องและเสนอแนะนั้นทำได้ครับแต่เราต้องมีเหตุผลและดูรายละเอียดในหลายส่วนร่วมกันครับ รัฐบาลจัดทำงบประมาณตามรัฐธรรมนูญและวิธีการงบประมาณโดยผ่านการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งอยู่แล้ว จริงๆถ้ากลุ่มราษฎรนั้นติดตามข่าวและดูเนื้อหาของมาตรการที่รัฐบาลกำหนดเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีเหตุผลและไม่มีอคติ เกือบทุกข้อนั้นรัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้ว รัฐบาล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุดความสามารถครับ มีการเตรียมแผนรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การระบาดรอบใหม่ครั้งนี้ ตั้งแต่ที่ตอนพรก.เงินกู้1ล้านล้านบาทผ่านสภาผู้แทนราษฎร จะสังเกตได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้จ่ายงบประมาณในคราวเดียวกันให้ครบทั้งหมดและการจัดสรรเงินช่วยเหลือเยียวยารอบนี้ก็พยายามให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆก่อน การช่วยเหลือเยียวยาที่รัฐบาลออกมาตรการนั้นก็ไม่ใช่ให้แบบชิงโชคกันเอาเองตามที่มีการกล่าวหา ในทางกลับกันรัฐบาลทำแบบรัดกุม รอบคอบ เนื่องจากเรามีฐานข้อมูลจากการช่วยเหลือในรอบที่แล้วเราจึงสามารถช่วยได้ตรงกลุ่มมากขึ้นและมั่นใจได้ว่าครอบคลุมอย่างเท่าเทียมกันทุกคน ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่รับเงินทางแอปเป๋าตังได้นั้น รัฐบาลก็เปิดให้เข้าถึงผ่านการลงทะเบียนแบบปกติได้ครับ เหตุผลที่ต้องเน้นไปที่การรับ/จ่ายเงินผ่านแอปเป๋าตังก่อนนั้นเพราะรัฐบาลระมัดระวังการใช้จ่ายเงินงบประมาณเนื่องจากการตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันจะทำได้แม่นยำกว่า แต่การใช้จ่ายแบบเงินสดรัฐบาลก็เตรียมพร้อมมีแนวทางป้องกันปัญหาการใช้จ่ายอยู่แล้วครับ
มาตราการ"เราชนะ" ของรัฐบาลครอบคลุมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จำเป็นเกือบทุกเรื่องอยู่แล้วครับ เช่น สามารถจ่ายค่าโดยสาร จ่ายค่าเช่า ไม่ต้องพูดถึงการใช้ซื้ออาหารและของใช้ซึ่งรวมถึงร้านค้าจากโครงการ"คนละครึ่ง"(ร้านร่วมโครงการกว่า1ล้านร้านค้า)และยังเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเพิ่มได้ในโครงการ"เราชนะ" ส่วนเรื่องค่าสาธารณูปโภคนั้นรัฐบาลก็มีมาตรการต่างหากสำหรับช่วยเหลืออยู่แล้วครับ
ในช่วงเดือนเมษายนก็จะมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มพนักงานบริษัท ข้าราชการและผู้ประกันตนในส่วนของประกันสังคม ที่หลายๆคนถูกลดเงินเดือน รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยในแต่ละกลุ่มทุกคนอย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้วครับ ขอให้ติดตามอย่างไม่มีอคติและเสนอแนะแบบสร้างสรรค์ผมเชื่อรัฐบาลพร้อมรับฟังครับ
ผมเสนอว่าแกนนำกลุ่มราษฎรเอาเวลา 1 สัปดาห์ไปศึกษามาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลก่อนดีกว่าครับอีก 1 สัปดาห์ทางกลุ่มราษฎรอาจจะกลับมาพร้อมข้อเสนอแนะแบบเป็นรูปธรรม และมีประโยชน์กับประชาชนกว่านี้ครับ