บิ๊กตู่คิวแน่นลุยหาเสียง

การเมือง20 เม.ย. 2566 • 22:21 น.
 บิ๊กตู่คิวแน่นลุยหาเสียง

รทสช.กางตารางบิ๊กตู่ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครส.ส.หาเสียงคิวยาวถึงสิ้นเดือน ด้านผบ.ตร.ระดมกำลังตำรวจ 130,000 นาย สนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย สืบสวนติดตามสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดช่วงเลือกตั้ง
 
     เมื่อวันที่ 20 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค มีกำหนดการลงพื้นที่หาเสียง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ,นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค โดยจะเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ เที่ยวบินขาไปสายการบินแอร์เอเชีย และเที่ยวบินขากลับสายการบินไทยสมายล์

     โดยจะออกเดินทางเวลา 10.00 น. จากสนามบินดอนเมืองถึงเชียงใหม่เวลาประมาณ 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ก่อนเวลา 15.00 น. เดินทางไปยัง อ.ม่อนแจ่ม เพื่อพบปะประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ จากนั้นเวลา 17.00 น. เดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดนัดศรีบุญเรือง (แม่ริม) หลังเสร็จสิ้นภารกิจพล.อ.ประยุทธ์จะรับประทานอาหารค่ำ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 22.30 น. ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต 4  นายโสภณ โกชุม เขต 6  และนายสันติ ตันสุหัช เขต 7
     จากนั้น วันที่ 23 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ต่อไปยังจ.พิษณุโลก สักการะพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อเสริมสิริมงคล และไปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในช่วงบ่ายเดินทางไปจ.แพร่ เพื่อร่วมงานศพมารดา นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลงพื้นที่จ.แพร่ 

     ในส่วนการลงพื้นที่หาเสียงในแต่ละภาคนั้น ภาคอีสานวันที่ 24 เม.ย.จะลงพื้นที่จ.อุดรธานี 3 จุด โดยเดินตลาดพบปะประชาชน และเปิดเวทีปราศรัยย่อย
     สำหรับพื้นที่ภาคใต้ วันที่ 29 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงจ.ตรัง โดยช่วงเช้าเดินตลาดในเมืองตรัง จากนั้นไปเปิดเวทีปราศรัยจ.พัทลุง และนอนค้างคืนที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนเช้าวันที่ 30 เม.ย. จะลงพื้นที่หาเสียงจ.สตูล และช่วงบ่ายกลับมาหาเสียง และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนในภาคตะวันออก ลงพื้นที่หาเสียงจ.ชลบุรี เพชรบุรี ในภาคกลาง จ.นครปฐม กาญจนบุรี และกรุงเทพฯ ทั้งนี้การจัดเวทีปราศรัยในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง จะมีการจัดทั้งเวทีขนาดใหญ่ และขนาดกลางคละกันไป

     ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทั้ง 3 หน่วยงาน ประชุมร่วมศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย 

     พร้อมหารือวางแนวทางเตรียมความพร้อมเรื่องการขนส่งบัตรเลือกตั้ง และวางแนวทางต่างๆ ก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พ.ค. และเลือกตั้งทั่วประเทศวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งทางกำลังตำรวจก็ได้เตรียมกำลังประจำหน่วยเลือกตั้งให้ครบทั้งกว่า 90,000 หน่วยทั่วประเทศ อย่างน้อยหน่วยละ 1 นาย และมีชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดสืบสวนหาข่าว รวมกำลังตำรวจทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 130,000 นาย ดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้งทั่วประเทศ

     พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทั่วประเทศครั้งนี้ทุกพื้นที่ถือว่ามีการแข่งขันสูง ดังนั้นในปีนี้ทางตำรวจก็จะอ้างอิงข้อมูลของตำรวจสันติบาลในอดีต เพ่งเล็งไปยังจังหวัดที่เคยมีความขัดแย้งของหัวคะแนนและเคยมีการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมีอยู่หลายจังหวัด ตำรวจก็จะคอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น จังหวัดในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 7 

     สำหรับปัญหาการทำลายป้ายหาเสียง จากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. จนถึงปัจจุบัน พบการทำลายป้ายหาเสียงไปแล้วกว่า 600 ป้าย ตำรวจดำเนินคดีไปแล้ว 54 คดี ซึ่งมีทั้งที่เป็นกลุ่มเห็นต่างทำลายป้ายของพรรคฝ่ายตรงข้าม บางคนก็เมาสุราหรือป่วยทางจิตมาทำลายป้าย และต่อจากนี้มีแนวโน้มที่ป้ายหาเสียงจะถูกทำลายมากขึ้น ซึ่งตำรวจก็จะคอยเฝ้าระวังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน 

       ขอย้ำเตือนประชาชนว่าการทำลายป้ายหาเสียงอย่างไรก็มีความผิดตามกฎหมาย ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่พบป้ายหาเสียงที่ติดอยู่ในจุดที่ไม่เหมาะสม กีดขวางวิสัยทัศน์การขับขี่ยานพาหนะหรือการเดินเท้า ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ หรือสามารถแจ้งมาได้ที่ตำรวจผ่านสายด่วน 191 ทางตำรวจก็จะช่วยประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาเร่งแก้ไข 

     พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่มีเหตุปาระเบิดใส่รถของ ประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคเพื่อไทย ว่า ในที่ประชุมจะตรวจสอบทั่วประเทศว่าจะมีใครหรือผู้ลงสมัครรายใดร้องขอการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษหรือไม่ โดยจะต้องดูตามเหตุผล หากบุคคลนั้นเกิดความไม่ปลอดภัย มีเหตุเหมาะสม สามารถร้องขอได้ และผู้บัญชาการแต่ละหน่วยก็มีอำนาจสามารถอนุมัติได้