มติเอกฉันท์เห็นชอบพิธีสารระงับข้อพิพาท สมาชิกรัฐสภาแนะตั้งหน่วยงานด้านกฎหมายดูแลผู้ค้าขาย

การเมือง21 ก.พ. 2563 • 07:14 น.
มติเอกฉันท์เห็นชอบพิธีสารระงับข้อพิพาท สมาชิกรัฐสภาแนะตั้งหน่วยงานด้านกฎหมายดูแลผู้ค้าขาย
มติรัฐสภาเอกฉันท์เห็นชอบพิธีสาร ระงับข้อพิพาท สมาชิกแนะตั้งหน่วยงานด้านกฎหมาย ขณะที่ "จิรายุ"จี้พาณิชย์-ตปท.เร่งเปิดตลาดขายสินค้าไทย ด้าน "กนก"หาทางช่วยผู้ค้ารายย่อยส่งออก เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายพร้อมแสดงความเห็นสนับสนุนพิธีสารฉบับดังกล่าว พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลตั้งหน่วยงานเพื่อพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามพิธีสารดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจอาเซียนต้องใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ดังนั้นหากสามารถตั้งหน่วยงานด้านกฎหมายเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดจะทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายตามพิธีสารฉบับดังกล่าวได้โดยไม่มีปัญหา นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้กลุ่มประเทศอาเซียนตั้งศาลเพื่อพิจารณาคดีของกลุ่มประเทศอาเซียน และให้หน่วยงานของรัฐบาลคำนึงถึงการสร้างประโยชน์กับประชาชนทุกระดับ โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากผลตัดสินของอนุญาโตตุลาการ แต่ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนไม่เห็นด้วยจะดำเนินการอย่างไร เพราะพิธีสารดังกล่าวมีประเด็นที่ทำให้ประเทศไม่สามารถค้าขายได้ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ ควรร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศพิจารณารายละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ไม่ใช่แค่ขยายเวลาที่จะนำรายละเอียดเข้าสภาฯ​ให้พิจารณาหรือเห็นชอบเท่านั้น ซึ่งตนขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียด หากไม่สามารถทำได้ เตรียมตัวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยเหตุที่ทำให้ประเทศไม่สามารถค้าขายได้ ขณะที่การระงับข้อพิพาทตามประชาคมอาเซียน หากพิจารณาตามเนื้อหาของพิธีสาร อาจต้องใช้หลักเกรงใจ​เพื่อระงับข้อพิพาท ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ผู้ประกอบการที่ไม่มีกำลัง คนไทยที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้มีจำนวนมาก เช่นกรณีที่ผู้ประกอบการชาวสวน ที่มีประปัญหากับ ล้งขนาดใหญ่ ไม่สามารถส่งผลไม้ที่มีคุณภาพไปไม่ถึงประเทศที่ต้องการส่งออกได้ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ควรพิจารณาถึงการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรรายย่อย เอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน โอท็อป ที่เจอปัญหา เพราะพิธีสารฯ ที่ให้รัฐสภา พิจารณานั้นยังไม่เห็นประโยชน์ต่อกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากพิธีสาร บังคับให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ให้สามารถส่งสินค้าไปยังต่างประเทศได้ เชื่อว่าจะเพิ่มจีดีพีของประเทศให้สูงขึ้นได้ “พิธีสาร ระบุว่ามีปัญหาจะแก้อย่างไร แต่ผมต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐคิดเชิงรุกเพื่อให้กรอบพิธีสาร ใช้เชิงรุก ป้องกันและแก้ปัญหาล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย ได้รับประโยชน์ เมื่อเปิดประเทศอาเซียน ขณะเดียวกันการส่งสินค้าไปยังประเทศจีนถูกบังคับโดยกรอบข้อตกลงว่าด้วย จีเอ็มพี ที่ทำให้เกษตรกรตัวน้อยไม่ได้รับประโยชน์ ดังนั้นขอให้พิจารณาเพื่อให้เนื้อหาเกิดประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น และไม่ใช่ให้พิธีสาร เกิดประโยชน์เมื่อเกิดข้อพิพาท และรายใหญ่ได้รับประโยชน์เท่านั้น ” นายกนก กล่าว ขณะที่นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่ากรณีที่สมาชิกรัฐสภากังวลว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นพิธีสารฯ สามารถใช้ตอบโต้ ขณะที่การพิจารณาเนื้อหาของพิธีสารฯ ดังกล่าวไม่มีความขัดแย้งใดๆของหน่วยงาน จากนั้นที่ประชุมรัฐสภาลงมติเอกฉันท์เห็นชอบด้วยคะแนน 549 เสียง งดออกเสียง 9