"ไทยสร้างไทย" จี้ "นายกฯ"เร่งแก้ความเดือดร้อน "กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก" แบกภาระน้ำมันแพง

การเมือง7 ก.พ. 2565 • 16:40 น.
"ไทยสร้างไทย" จี้ "นายกฯ"เร่งแก้ความเดือดร้อน "กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก" แบกภาระน้ำมันแพง
วันที่ 7 ก.พ.65 นางสาวณิชชา บุญลือ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทยกล่าวถึงกรณีที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประกาศจัดกิจกรรมรวมทัพรถใช้น้ำมันแพงวิ่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อกดดันรัฐบาลว่า เป็นอีกหนึ่งความเดือดร้อนที่เป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำมันแพง เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนของสินค้าราคาสูงขึ้น กระทบไปถึงของกินของใช้ สิ่งของเพื่อการอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นนานหลายเดือน นั่นเป็นผลพวงมาจากการบริหารงานของรัฐบาลด้านพลังงาน แต่ผู้มีอำนาจก็ยังไม่คิดจะปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหาร “รัฐบาลต้องปรับหลักคิดและวิธีการแก้ปัญหาด้านพลังงานใหม่ ไม่ใช่ห่วงแต่เรื่องเงินรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ยืนยันจะไม่ยอมปรับลดภาษีน้ำมันโดยอ้างว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่าเดือนละ 2,000 ล้านบาท แต่ไม่มองว่าวิธีคิดแบบนี้ เป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และสินค้าต่างๆต้องปรับตัวขึ้นไปด้วย แม้รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จะห่วงเรื่องรายได้เข้าประเทศ แต่ก็เป็นการหารายได้ ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ก่อให้เกิดการต่อยอด การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริง” นางสาวณิชชา เห็นว่าแนวทางในการฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ไทยผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ รัฐต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต เช่นราคาน้ำมันในขณะนี้ เป็นราคาสูงเกินกว่าประชาชนจะแบกรับไว้ได้ ประกอบกับความเดือดร้อนจากวิกฤตการณ์โควิด ยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ร้อนของประชาชนให้หนักยิ่งขึ้น เพราะราคาน้ำมันเกี่ยวข้องกับทุกคนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม “การที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น จะทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าทุกอย่างสูงขึ้น ประชาชนทุกคนย่อมได้รับผลกระทบ การลดภาษีน้ำมันที่ปัจจุบันเก็บเกือบลิตรละ6บาท ให้เหลือประมาณ 25 บาทต่อลิตร จะช่วยลดต้นทุนรายจ่ายของคนไทย ไม่ให้ประชาชนต้องประสบความเดือดร้อน ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมารับมือผลกระทบจากการบริหารของรัฐบาล” รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า รัฐต้องเร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อ โดยเฉพาะการจ้างงาน สร้างรายได้ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจเดินหน้าเช่นนี้ต่อไป เชื่อว่าจะกระทบต่อการจัดเก็บภาษี ที่ได้ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสถานะการคลังของประเทศ และอาจทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มเติมทุกปี หลังจากการบริหารในช่วงที่ผ่านมา มีหนี้ จากการกู้สะสมถึง 9.3 ล้านล้านบาท