จับเข่าคุย วันพักร้อนการเมือง "ธนา ชีรวินิจ" สัมผัส “ชีวิต ความสุข แรงศรัทธา”

การเมือง24 ก.ย. 2560 • 00:00 น.
จับเข่าคุย วันพักร้อนการเมือง	"ธนา ชีรวินิจ" สัมผัส “ชีวิต ความสุข แรงศรัทธา”
“ ก็พยายามทำเพื่อตัวเอง เพราะเรามีโอกาสทำหลายๆอย่างให้คนอื่นแล้ว ดังนั้น เราต้องทำให้ตัวเองบ้าง และการออกกำลังกายเป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำเพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพดี” ในสัปดาห์นี้ “รื่นรมย์คนการเมือง” ขอพักหลบร้อนมาพูดคุยกับ "ธนา ชีรวินิจ" อดีตส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่พื้นเพเป็นคนใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อดีตทนายความที่วางมือมาทำงานทางด้านการเมืองอย่างเต็มตัว ธนาเล่าว่า ช่วงนี้ถือว่าว่างเว้นจากงานทางการเมือง แต่ภาระกิจที่ไม่ได้ไปกับเรื่องการเมืองด้วยคือปัญหาของประชาชน โดยทำงานการเมืองต่อเนื่องกันมาถึง 30 ปี ชาวบ้านยังมีความรู้สึกว่าเรายังเป็นตัวแทนของเขาอยู่ ทุกปัญหาเขายังแจ้งมา เราก็ประสานงานให้ แม้จะไม่มีตำแหน่งแต่การประสานงานยังเป็นหน้าที่ของเรา เพราะเรารู้จักเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ เพราะฉะนั้นก็ยังทำงานอยู่ งานทุกอย่างยังทำครบเหมือนกับเป็นส.ส. @ รักตัวเอง ต้องใส่ใจสุขภาพ ทว่าช่วงที่พักงานการเมืองนี้มีภาระกิจที่ทำทุกวันคือ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมอบหมายภาระกิจในการร่วมประชุมและร่วมสัมมนากับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีการร่างกฎหมายมากมาย ทั้งร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในเรื่องกฎหมายเหล่านี้ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมอบหมายไปช่วยกับทีมกฎหมายของพรรค เช่นไปออกรายการโทรทัศน์ ทำความเข้าใจในฐานะตัวแทนของพรรคบ้าง ไปร่วมสัมมนากับเวทีสาธารณะต่างๆที่จัดขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ธนา ยังเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการออกกำลังกาย เจ้าตัวบอกว่าเรื่องการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ พออายุมากขึ้นถ้าไม่ดูแลสุขภาพ ไม่ออกกำลังกายเลย จะรู้สึกว่าอึดอัด ไม่สบายตัว และเราเองก็อยากให้สุขภาพดี ไม่อยากมีปัญหาสุขภาพ จึงหันมาปั่นจักรยาน พยายามหาเวลาช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ครั้งหนึ่งให้ได้ประมาณ 12-14 กิโลเมตร ให้ได้เหงื่อ ได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง “ การออกกำลังกายจะทำให้เรามีความสดชื่น มีสมองที่จะคิดอะไรได้รวดเร็ว ก็พยายามทำเพื่อตัวเอง เพราะเรามีโอกาสทำหลายๆอย่างให้คนอื่นแล้ว ดังนั้น เราต้องทำให้ตัวเองบ้าง และการออกกำลังกายเป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำเพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพดี” ขณะเดียวกันเรื่องการรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ มีควบคุมด้วย ช่วงหลังๆมานี้จะทานข้าวน้อย พยายามทานกับข้าว ทานผักแทน ซึ่งก็ช่วยได้ ตอนนี้น้ำหนักก็ลงมา ถือว่าประสบความสำเร็จ @เปิดโปรแกรมวันพักผ่อน นอกจากนี้เจ้าตัวยังบอกด้วยว่าเป็นคนชอบดูหนังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถ้ากลับบ้านมีเวลาจะเปิดทีวีดูภาพยนตร์ที่เราชอบ เพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังจากการทำงานมาทั้งวัน ตอนหลังก็ชอบดูรายการทำอาหารด้วย ดูแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน ได้เห็นวัฒนธรรมของคนต่างเชื้อชาติที่มีความน่าสนใจ และก็ดูเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะบางทีเราไม่มีเวลาไปเที่ยว พอได้ดูรายการสาระคดีต่างๆก็เหมือนเราได้ไปเที่ยว ก็ถือเป็นการพักผ่อนอีกอย่างหนึ่ง และถ้ามีเวลาและมีโอกาสที่เป็นไปได้ ธนากับภรรยามักจะไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะเดินทางไม่มาก ภูมิประเทศดี อากาศช่วงหน้าร้อนก็ร้อนไม่มาก โดยปกติอากาศจะเย็นสบาย เรื่องอาหารการกินก็อร่อย เราทานได้ และคนของญี่ปุ่นก็น่าไปสัมผัส ญี่ปุ่นมีความสบาย มีความปลอดภัยสูง ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง “ อย่างเวลาผมไปก็จะไปกันเองไม่ไปกับทัวร์ จองโรงแรมเองราคาจะไม่แพง และเราต้องรู้จักให้ความรู้กับตัวเองในเรื่องของการเดินทาง เช่น รู้จักที่จะซื้อตั๋วรถไฟที่มี 7 วัน แล้วจัดโปรแกรมการเที่ยวให้ครบลงตัวใน 7 วัน แบบนี้จะเป็นการประหยัด ฉะนั้นหากจะไปเที่ยวผมจะชอบไปญี่ปุ่น” @เซียนพระตัวยง ธนาเล่าด้วยว่าส่วนตัวแล้วชอบศึกษาเรื่องพระเครื่อง เนื่องจากเราเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ ที่มีเครื่องยึดเหนี่ยวในจิตใจให้กับเราอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีเรื่องวัตถุมงคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งบางทีเราได้อ่านได้ศึกษา ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นเรื่องที่ถ้าเราเอาพระเครื่องมาปรับเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการทำความดี ในการระลึกถึงพระพุทธองค์ และน้อมนำคำสอนมาใช้ปฏิบัติก็จะเกิดประโยชน์ สิ่งหนึ่งที่ได้เวลาส่องพระเครื่องคือเหมือนกับการทำสมาธิ เพราะว่าเราต้องเพ่งความสนใจอยู่กับวัตถุ เป็นการกำหนดจิตในลักษณะของการนั่งสมาธิ เวลาเรานั่งดูพระเครื่องจะนิ่ง จะมีความสุข รู้สึกสบาย เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระเครื่อง อ่านสิ่งที่พระเกจิดังๆในอดีตท่านให้คำสอนแฝงไว้กับการทำพระเครื่องและพุทธาอภินิหารต่างๆที่พอจะมีการเล่าถึง มันก็เกิดความเพลิดเพลิน แฝงเรื่องความรู้จากเกจิอาจารย์ต่างๆด้วย เมื่อถามว่าที่บ้านคงมีพระเครื่องจำนวนมากแน่นอน แต่กลับผิดถนัด เพราะธนาบอกเลยว่า มีไม่มาก เพราะส่วนตัวชอบอ่าน ชอบศึกษามากกว่า สมัยก่อนช่วงที่ชอบเรื่องพระเครื่องใหม่ๆจะชอบไปเดินตามถนนที่วางขายพระเครื่อง ตามแผงพระ ก็ไปยืนดู ไปหยิบมาส่องมาดู ไปยืนพูดคุยกับเขาส่องพระเขา ธนาเล่าอย่างอารมณ์ดีด้วยว่า บางทีคิดว่าตัวเองมีความรู้ก็ไปเช่าพระมาบ้าง แต่เป็นพระเก๊ทั้งนั้น พอท้ายที่สุดเมื่อได้มีเพื่อนฝูงที่อยู่ในวงการพระเขาก็แนะนำวิธีการศึกษา วิธีการดูว่ารุ่นไหนเนื้อเป็นอย่างไร ทำให้เรามีความรู้และรู้สึกสนุก อย่างเวลาเราศึกษาพระเครื่ององค์นี้ เวลาดูต้องดูว่าเนื้อเป็นอย่างไร พิมพ์ต้องเป็นอย่างไร มีตำหนิอย่างไร เราก็คิดว่าเรามีความรู้แล้ว เหมือนกับเตรียมตัวทำข้อสอบก็ไปเดินเล่น พอเจอพระประเภทที่เราศึกษามา มันก็วัดกับเรา เป็นการท้าทายว่าองค์ที่เราจะดูนั้นเป็นของแท้หรือของเก๊ บางองค์เราเช่ามาไม่แพง หากแท้ก็เหมือนเราทำข้อสอบผ่าน แต่ถ้าเราชอบจริงๆเราจะหาเช่าจากคนที่มีความรู้ และเก็บไว้เป็นสมบัติของตัวเอง สำหรับพระเครื่องที่ห้อยคอติดตัวไว้ตลอดด้วยว่า คือพระหลวงปู่ทวด เนื่องจากเป็นคนใต้ จะได้ยินเรื่องของหลวงปูทวดมาตลอด เวลาทำงานเราก็มีหลวงปู่ทวดไว้คุ้มครอง ส่วนพระองค์อื่นก็มีสลับสับเปลี่ยนกันบ้าง นอกจากนี้ยังนับถือหลวงพ่อคูณ เพราะหลวงพ่อคูณเป็นพระเกจิที่มีความลึกซึ้งในการให้คนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาด้วยวิธีชาวบ้าน ทำให้คนเข้าวัด ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่งผมได้ร่วมเป็นรองประธานในการจัดทำพระเครื่องของหลวงพ่อคูณ ซึ่งทำเพื่อไปแจกจ่ายทหาร ตำรวจที่เสี่ยงภัยในจังหวัดภาคใต้ ทำพระรุ่นนั้นไม่มีเรื่องพุทธพาณิชย์ ไม่มีการจำหน่าย ทำกันในกลุ่มผู้ที่ชอบพอกันเพื่อนำไปแจกเท่านั้น ขณะเดียวกันตอนนี้ก็มีกลุ่มเพื่อนที่เป็นเซียนพระหลายคน ที่มีชื่อเสียงก็ "เช็ง สุพรรณ" กรรมการเบญจภาคี คนนี้รู้จักกันตั้งแต่สมัยเดินตามแผงตามหาพระ แต่ตอนนี้เป็นระดับเช่าพระหลักสิบล้านบาท มีอะไรเราก็ขอความรู้จากเขา @ปาฎิหารย์หลวงปู่ทวด เมื่อถามว่าเริ่มชอบเรื่องพระเรื่องตอนไหน ธนาบอกว่าชอบตอนที่เป็นสก.เมื่อเกือบ 20 กว่าปีที่แล้ว เวลาว่างจะไปเดินตลาดพระที่ท่าพระจันทร์ ไปศึกษาหาความรู้แล้วค่อยๆซึมซับมากขึ้น เมื่อถามต่อว่าในฐานะที่ชอบเรื่องพระเครื่องเคยเจอปาฎิหารย์เกี่ยวกับพระเครื่องบ้างหรือไม่ ธนาบอกว่า จะเรียกว่าปาฏิหาริย์หรือเปล่าไม่รู้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราอย่างน้อยๆมันเกี่ยวข้องกับพระที่เราแขวน คือหลวงปู่ทวด เรารู้สึกว่าแคล้วคลาดหลายครั้ง มีหลายเหตุการณ์ที่อย่างอื่นมันตอบโจทย์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนเชื่องมงาย อยากให้แขวนพระเพื่อเป็นหลักยึดจิตใจ นำคำสอนของพระพุทธองค์มาเป็นหลัก ธนายังเล่าถึงเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อซึ่งเกิดขึ้นกับตัวเองให้ฟังด้วยว่า มีครั้งหนึ่งไปงานสัมมนากับภรรยาที่พัทยา ตั้งใจไปพักค้างคืน เพราะเราต้องไปร่วมกิจกรรม เมื่อไปถึงก็บ่ายแก่แล้ว ภรรยาเข้าห้องพัก ส่วนเราไปบรรยายให้ประชาชนฟัง เมื่อกลับขึ้นมาที่ห้องภรรยาบอกว่าไม่อยากนอนเลย ขอกลับเลยได้ไหม เสร็จงานรึยัง เราเลยบอกว่าเดี๋ยวลงไปทานข้าวกับประชาชนก็เสร็จแล้ว ถ้าอยากกลับจริงๆก็ได้ เราก็ตามใจเขา เพราะเขาบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ พอทานข้าวเสร็จก็กลับบ้าน ส่วนห้องพักก็ให้สมาชิกสภาเขตมาพักแทน ปรากฎว่าในคืนนั้นมีขโมยเข้ามาในห้องพักดังกล่าว มาขโมยทองและของมีค่าบนหัวเตียง และถ้าสมมติและภรรยานอนในคืนนั้นอาจจะเกิดการต่อสู้กันขึ้นก็ได้ เพราะภรรยาเขาเป็นคนความรู้สึกไว เวลานอนมีเสียงอะไรเขาจะได้ยิน หากเรานอนคืนนั้นภรรยาก็จะต้องตื่น ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น และเชื่อหรือไม่ว่าคนที่นอนพักห้องแทน เรานอกจากจะโดนขโมยขึ้นแล้ว ขากลับเขาขับรถไปเกิดอุบัติเหตุอีก ซึ่งเราก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ภรรยาอยากจะกลับ ซึ่งปกติไม่เคยเลย มีครั้งนี้ครั้งแรก และมีอีกครั้งหนึ่งธนาไปสัมมนากลับจากพัทยาเหมือนกัน โดยในครั้งนั้นได้ขับรถเบนซ์รุ่นเก่า อยู่บนทางด่วนความเร็ว 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วขณะนั้นเกิดยางล้อระเบิด พวงมาลัยรถแข็ง เราก็พยายามประคองรถจนรถเข้าข้างทาง แต่ยางรถไม่เหลือแล้ว ในคอก็แขวนหลวงปู่ทวด เราก็ไม่รู้มันคืออะไร แต่เรารู้สึกว่าอุ่นใจที่มีหลวงปู่ทวดติดตัวไว้ตลอด อย่างวันนี้ก็แขวนหลวงปู่ทวด ธนาเล่าพร้อมหยิบหลวงปู่ทวดที่ห้อยคอให้ดู พร้อมบอกว่ามีหลวงปู่ทวดที่บูชาอยู่หลายรุ่น และมีความรู้สึกผูกพันกับท่าน ก็ตอบไม่ได้เลยว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอะไร แต่สิ่งหนึ่งคือรู้สึกแคล้วคลาดปลอดภัย บางทีขับรถออกจากบ้านลืมแขวนพระต้องกลับไปเอา ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกไม่สบายใจ ธนายังเล่าถึงตลาดพระให้ฟังด้วยว่า หนังสือนิตยสารที่วางขายอยู่ตามท้องถนน ส่วนใหญ่เป็นหนังสือพระ นั่นแสดงว่ามีคนสนใจเยอะ ยังมีการผลิตอยู่ แสดงว่าคนไทยมีความเชื่อมั่นศรัทธา เมื่อถามว่ามีหนังสือพระเยอะหรือไม่ เจ้าตัวบอกเลยว่า ที่บ้านมีเป็นห้องๆ หนังสือพระที่ซื้อเมื่อ 20 ปีที่แล้ววันนี้ยังไปเปิดดูได้ เพราะว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีความสวยงามเป็นยุคๆ ก็เก็บเอาไว้เยอะจนกระทั่งภรรยาบ่น ซึ่งหนังสือพระที่ควรค่าแก่การเก็บคือหนังสือ PRECIOUS สุดท้ายนี้ธนาบอกว่าการที่เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่เราชอบ ถือเป็นทางออกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตด้วย เรื่อง : จิราพร เพิ่มลาภ ภาพ : พสุพล ชัยมงคลทรัพย์