- โฆษณา -

สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “นายกฯ” ยันเงินถึงประชาชน ไม่เอื้อใคร-ไม่มีรั่วไหล

การเมือง26 ส.ค. 2569 • 21:05 น.
สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “นายกฯ” ยันเงินถึงประชาชน ไม่เอื้อใคร-ไม่มีรั่วไหล

ด่วน! สภาฯไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “นายกฯ” ยันเจตนารมณ์ที่สุจริต พุ่งเป้าเพื่อประชาชน ไม่เอื้อประโยชน์ใคร หรือรั่วไหลเด็ดขาด

“นายกฯอนุทิน” ขอบคุณสภาฯ พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยันมุ่งประโยชน์ประเทศชาติ ดอกเบี้ยต่ำคุ้มค่า พร้อมสั่งคุมเข้มป้องกันงบรั่วไหล ก่อนทิ้งท้ายขอบคุณที่ให้โอกาสมารับใช้ประเทศ ด้าน “ศิริกัญญา ตันสกุล” ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สร้างบรรทัดฐานใหม่ออกกฎหมายกู้เงินไร้เกณฑ์วิกฤต หวั่นหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% แฉขบวนการเงินทอนหักหัวคิวโซลาร์เซลล์ จี้ ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบ

- โฆษณา -

วันที่ 26 ส.ค.69 เวลา 19.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ

ต่อมา เวลา 19.40 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ขึ้นอภิปรายกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมากว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าคำตัดสินนี้ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ไม่ส่งผลดีต่อประเทศในอนาคต เพราะเป็นการตีความเรื่อง "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" อย่างกว้างขวาง แทนที่จะตีความอย่างแคบ ส่งผลให้ต่อจากนี้ ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็อาจอ้างบรรทัดฐานนี้ในการออก พ.ร.ก. เพื่อกู้เงินมาดำเนินนโยบายทั่วไปได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงวิกฤตที่แท้จริง ทั้งนี้ แม้ต้องเคารพคำวินิจฉัย แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 2 ท่าน ได้แสดงความกังวลในเชิงหลักการเรื่องการแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร โดยเห็นว่าการออก พ.ร.ก. ควรใช้เป็นกรณียกเว้นเท่านั้น ไม่ใช่ใช้อย่างทั่วไป และควรร่างเป็น พ.ร.บ. งบประมาณปกติที่ผ่านการตรวจสอบจากสภาได้ตั้งแต่ต้น

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รัฐบาลมักอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วน เช่น งบกลางเหลือน้อย หรือการจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้า โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ตราเป็น พ.ร.บ. ตามปกติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาอย่างล้นหลาม

"ไม่ทราบว่ากลัวอะไร มีเสียงข้างมากในสภาล้นหลามขนาดนี้ กลัวอะไรกับการออก พ.ร.บ. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจกำลังถูกสั่นคลอน หากเราต้องเอาเศรษฐกิจไทยไปเสี่ยง จนหนี้สาธารณะสูงถึง 69.4% บนสมมติฐานว่า GDP โต 2.5% และเงินเฟ้อ 2.2% หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่ได้ตามเป้า หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% แน่นอน" น.ส.ศิริกัญญา กล่าวและว่า นอกจากนี้ การกู้เงินเต็มวงเงิน 4 แสนล้านบาท ยังสร้างภาระดอกเบี้ยสูงถึงปีละอย่างน้อย 10,000 ล้านบาท โดยที่รัฐบาลยังไม่มีแผนงานรองรับหรือคำชี้แจงที่ชัดเจนว่าจะนำเงินจากไหนมาชำระคืนหนี้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า พรรคไม่ได้ปฏิเสธความจำเป็นในการเยียวยา แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งมีลักษณะคล้ายโครงการคนละครึ่ง (ปรับสัดส่วนเป็น 60:40) เพราะเป็นการซ้ำเติมให้ประชาชนผู้เดือดร้อนต้องดึงเงินกระเป๋าตัวเองมาร่วมจ่าย ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาโรงงานปิดตัวหรือการว่างงานได้อย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ ยังเปิดเผยถึงกระแสข่าวการเตรียมโอนงบประมาณจากแผนงานเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำนวน 25,000 ล้านบาท มารวมกับงบเดิมอีก 25,000 ล้านบาท รวมเป็น 50,000 ล้านบาท เพื่อนำไปทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ซึ่งถือเป็นการดำเนินนโยบายที่ไม่ตรงเป้าหมาย

รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังได้แฉถึงความไม่มาพากลในงบประมาณส่วนที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีแผนงานที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนไปมาระหว่างโครงการต่าง ๆ อีกทั้งยังมีหนังสือเวียนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 กำหนดรายการสินค้าแคตตาล็อกให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น เสาไฟโซลาร์, ลานกีฬาโซลาร์, บาดาลโซลาร์ และถังออกซิเจนโซลาร์

น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตว่า ความล่าช้าในการอนุมัติโครงการของคณะกรรมการกลั่นกรอง ไม่ใช่เพราะแผนงานยังไม่เสร็จ แต่เกิดจาก "การตกลงค่าหัวคิวและเงินทอนยังไม่ลงตัว" โดยรอบนี้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการหักค่าหัวคิวจากส่วนกลางผ่านบริษัทรับงานที่อิงตามบัญชีนวัตกรรม ก่อนนำมาจัดสรรแบ่งปันกัน

“ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เร่งเข้ามามีบทบาทตรวจสอบและออกข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต เช่นเดียวกับที่เคยทำในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก่อนที่งบประมาณทั้งหมดจะถูกอนุมัติภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. กู้เงินฉบับดังกล่าว”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

จากนั้นเวลา 20.20 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขอบคุณการประชุมในวันนี้ ว่า วันนี้เราได้ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้ ซึ่งทางรัฐบาลเป็นผู้นำเสนอให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พิจารณา เมื่อสักครู่คงได้เห็นว่าปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรอง ได้อธิบายชี้แจงให้ความมั่นใจกับท่านทั้งหลายตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศว่า ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรอง โครงการต่างๆ ว่าด้วยเรื่องเงินกู้นี้ ท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และพิสูจน์ได้ ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลร นอกจากนี้ขอบคุณปลัดกระทรวงการคลัง ที่แสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงการทำงานที่มีเอกภาพระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ ซึ่งตนขอยืนยันถึงเจตนารมณ์ที่สุจริต มุ่งเป้าไปที่ประเทศและพี่น้องประชาชนเท่านั้น ในการออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับใครเป็นการจำเพาะ

“ผม ท่านรองเอกนิติ ตลอดจนคณะคณะรัฐมนตรีทุกท่าน จะคอยติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการรั่วไหลเป็นอันขาด และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับเวลา คำแนะนำ และข้อคิดเห็นที่ท่านได้พิจารณา พ.ร.ก.ฉบับนี้“

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีตนเองทราบดีว่านี่คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินของเราที่เรานำมาจัดสรรใช้จ่ายได้โดยที่ไม่มีต้นทุน ตนทราบดีว่าเงินกู้นี้ต้องมีต้นทุน และได้พิจารณาแล้วว่าต้นทุนที่เราได้มานั้นมันคุ้มคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้จากการดำเนินโครงการต่างๆ ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ พวกตนรู้ว่ารัฐบาลจ่ายได้ เราจึงกล้ากู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต้องถือว่ามีอัตราที่ต่ำกว่า นายเอกนิติบอกกับตนว่า เราจะไม่พูดถึงอัตราดอกเบี้ย แต่เมื่อกี๊ได้พูดไว้แล้วว่าเป็น 1.2% ซึ่งในขณะที่เราทำการประเมินและตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการนี้หรือไม่นั้น อัตราดอกเบี้ยที่เราได้รับรายงานมานั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่เราได้ใช้ใน พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ และรับรองว่าเราจะดูแลอย่างใกล้ชิดแน่นอน

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนก็จะให้ส่วนราชการทุกฝ่ายได้เร่งสรุปรวบรวมคำเสนอแนะข้อชี้แนะต่างๆ ที่ตนถือว่าทุกข้อเสนอ ทุกแนวทางที่ท่านให้ความกรุณาอภิปรายตลอดทั้งวันที่ผ่านมานี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์ และเราจะนำมาประยุกต์ใช้ในช่วงดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศต่อไป

”สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณอีกครั้ง ถึงแม้ว่าท่านจะไม่อยากฟังแล้ว แต่ผมก็ต้องขอบพระคุณท่าน ที่ท่านได้ให้โอกาสผมมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินฯด้วยคะแนน 285 ต่อ 141 งดออกเสียง 52 ไม่ลงคะแนนไม่มี

ประธานสั่งปิดประชุมเวลา 20.28 น.

#พรกกู้เงิน #กู้เงิน4แสนล้าน #สภา #นายกรัฐมนตรี #รัฐบาล #งบประมาณ #การเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline