- โฆษณา -

“บิ๊กโก๋” โต้เขมรปม “อนุทิน” ไปช่องอานม้า ลั่นใครให้อำนาจตัดสินเขตแดนฝ่ายเดียว ชี้ไม่ใช่การปักหลักเขต

การเมือง26 ส.ค. 2569 • 16:46 น.
“บิ๊กโก๋” โต้เขมรปม “อนุทิน” ไปช่องอานม้า ลั่นใครให้อำนาจตัดสินเขตแดนฝ่ายเดียว ชี้ไม่ใช่การปักหลักเขต

​“บิ๊กโก๋”โต้! เขมร หลัง ประท้วง”อนุทิน“ ไปช่องอานม้า ดินแดนเขมร ถามกลับ? ใครเป็นผู้ให้อำนาจ ในการตัดสิน เขตแดน เขมรฝ่ายเดียวหรือ? ชี้ นายกฯ ให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ยั่วยุ ไม่ใช่ไปปักหลักเขต ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และไม่ได้ทำให้เส้นเขตแดนเปลี่ยนแปลง ติงเขมรใช้ คำว่า ‘unauthorised’ไม่ได้ ก็อย่ามา ตัดสินเรื่องอธิปไตย เอง!ชี้ ความจริงก็คือ ความจริงความจริง ไม่ใช่อยู่ที่การตอกย้ำ เรื่องโกหกบ่อยฟแล้ว กลายเป็นความจริง

จากกรณีที่ กัมพูชา ประท้วงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีไทย ไปตรวจเยี่ยมกำลังพล ที่ เนิน500 ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี ว่า เดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า unauthorised visit นั้น

- โฆษณา -

พลอากาศเอกประภาส สอนใจดี ผอ. JIC กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องถามกลับครับว่า ใครเป็นผู้ให้อำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตัดสินเขตแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว? การที่กัมพูชาเขียนในแถลงการณ์ว่าพื้นที่หนึ่งเป็น ‘ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา’ เป็นข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา แต่การกล่าวซ้ำ ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างนั้นกลายเป็นข้อยุติเรื่องเขตแดนโดยอัตโนมัติ นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง การเดินทางดังกล่าวไม่ใช่การปักหลักเขต ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และไม่ได้ทำให้เส้นเขตแดนเปลี่ยนแปลงไป การเยี่ยมกำลังพลไม่ใช่การปักปันเขตแดน และคำว่า ‘unauthorised’ ที่ฝ่ายหนึ่งเขียนขึ้นเอง ก็ไม่ใช่คำตัดสินเรื่องอธิปไตยครับ”

ส่วนการที่กัมพูชายืนยันว่ามีแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 รองรับ และบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกกำหนดและปักปันไว้แล้ว ไทยกำลังปฏิเสธแผนที่หรือไม่ นั้น ผอ. JIC กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ปฏิเสธหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเอกสารใด โดยไม่มีเหตุผล แต่เราปฏิเสธการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หยิบหลักฐานเพียงส่วนหนึ่งขึ้นมาแล้วประกาศผลเรื่องเขตแดนแทนกระบวนการที่ทั้งสองประเทศตกลงกัน ถ้ามีความเห็นต่าง เรามี JBC มีผู้เชี่ยวชาญ มีเอกสาร มีหลักฐาน และมีกระบวนการสำรวจและปักปันที่ต้องดำเนินการร่วมกัน”

ส่วนการที่ กัมพูชาอ้างข้อ 1 ของถ้อยแถลงร่วม GBC วันที่ 27 ธันวาคม 2568 และกล่าวหาว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไทยเป็นการยั่วยุที่อาจเพิ่มความตึงเครียด ไทยกำลังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ ผอ. JIC: กล่าวว่า ประเทศไทยยึดถือถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และต้องการให้ทุกฝ่ายอ่านและปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เลือกเฉพาะข้อความที่สนับสนุนข้อกล่าวหาของตน ถ้อยแถลงกำหนดด้วยว่าให้สองฝ่ายคงกำลัง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน ต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘การยั่วยุ’ กับ ‘การปฏิบัติหน้าที่’

​การตรวจเยี่ยมกำลังพล การรับฟังสถานการณ์ และการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ไม่ได้เท่ากับการเปิดฉากใช้กำลัง ไม่ได้เท่ากับการเปลี่ยนแปลงเขตแดน และไม่ได้หมายความว่าไทยต้องสละสิทธิในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของเรา ที่สำคัญ หากเราจะอ้างถ้อยแถลงร่วม ก็ควรใช้ถ้อยแถลงร่วมนั้นเพื่อลดความตึงเครียด ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างข้อกล่าวหาใหม่ ไทยพร้อมรักษาข้อตกลง และเราก็คาดหวังให้กัมพูชาปฏิบัติเช่นเดียวกัน”

ส่วนกรณีที่ กัมพูชากล่าวว่าไทย “ยึดครองอย่างผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว” และเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่เหล่านี้ ผอ. JIC จะตอบข้อกล่าวหานี้อย่างไร ผอ. JIC กล่าวว่า “คำว่า ‘ยึดครอง’ เป็นคำที่มีน้ำหนักมาก และไม่ควรนำมาใช้เพียงเพื่อสร้างภาพทางการเมืองหรือสงครามข้อมูล​ถ้าฝ่ายหนึ่งสามารถประกาศเองว่า ‘นี่คือดินแดนของฉัน’ แล้วเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ผู้ยึดครอง’ ได้ทันที กลไกการเจรจาทวิภาคีอย่าง JBC รวมถึงกระบวนการสำรวจร่วมที่เราตกลงกันไว้ ก็คงไม่อาจทำหน้าที่แก้ไขความเห็นต่างได้อย่างที่ควรจะเป็น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เรื่องเขตแดนต้องพิสูจน์ด้วย ข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎหมาย และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ด้วยจำนวนครั้งที่คำกล่าวหาถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ ประเทศไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน

​แต่ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็จะไม่ยอมให้การกล่าวอ้างฝ่ายเดียวกลายเป็นเหตุผลบังคับให้ไทยละทิ้งหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประเทศ หากมีความเห็นต่างเรื่องพื้นที่ นำเข้าสู่ JBC ครับ นั่นคือทางออกที่รับผิดชอบที่สุด อย่าใช้สื่อแทนโต๊ะเจรจา อย่าใช้แถลงการณ์แทนหลักเขตแดน และอย่าใช้คำว่า ‘รุกราน’ เพื่อสร้างข้อสรุปก่อนที่กระบวนการเรื่องเขตแดนจะได้ทำงาน ประเทศไทยไม่ต้องการดินแดนของใคร แต่ประเทศไทยก็จะไม่ยอมให้ใครเปลี่ยนข้อกล่าวอ้างฝ่ายเดียวให้กลายเป็นข้อเท็จจริง ​เราพร้อมคุย พร้อมพิสูจน์ด้วยหลักฐาน และพร้อมรักษาสันติภาพ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเคารพซึ่งกันและกันครับ

#บิ๊กโก๋ #อนุทิน #ช่องอานม้า #ไทยกัมพูชา #กัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #เขตแดน #อธิปไตย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline