“กรณ์” ค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ประเทศไม่วิกฤต หวั่นหนี้สาธารณะทะลุเพดาน
'กรณ์' ค้าน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่วิกฤต-เสี่ยงหนี้สาธารณะทะลุเพดาน
วันที่ 26 ส.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงจุดยืนของพรรคต่อวาระการประชุมในการลงมติออกพระราชกำหนด (พรก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยระบุว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติเสียงข้างมากว่าการออก พรก. ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในเชิงกฎหมาย แต่การตัดสินใจว่าควรจะออกกฎหมายนี้หรือไม่ถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม
นายกรณ์ระบุว่าการพิจารณาความเหมาะสมต้องตอบคำถามสำคัญ 4 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันถือเป็นวิกฤตต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการออก พรก. กู้เงินในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตโควิด-19 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจยังคงเติบโตแม้จะช้าลง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ จึงไม่ถือว่าเป็นสถานการณ์ชั้นวิกฤต อีกทั้งการใช้เงินผ่าน พรก. กู้เงิน ขาดการตรวจสอบที่เข้มข้นเมื่อเทียบกับการใช้เงินงบประมาณที่ต้องพิจารณาในชั้นกรรมาธิการแบบบรรทัดต่อบรรทัด
ในส่วนของแผนการใช้เงิน 400,000 ล้านบาท นายกรณ์ตั้งคำถามว่าตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ 4 ด้านของประเทศหรือไม่ ได้แก่ เศรษฐกิจโตช้า การขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด รายได้ประชาชนลดลง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งจากการพิจารณาพบว่าวิธีการใช้เงินของรัฐบาลไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเหล่านี้เลย
นอกจากนี้ยังขาดความจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีแผนการจัดสรรเงินที่ชัดเจน แม้จะมีการเสนอโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) 500,000 ถึง 1,000,000 หลังคาเรือน แต่ตามกฎหมายต้องกู้เงินให้เสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2570 ซึ่งเหลือเวลาเพียง 1 ปี 1 เดือน ขณะที่ขีดความสามารถในการติดตั้งจริงของไทยปีที่ผ่านมาทำได้เพียง 100,000 หลังคาเรือนต่อปี แผนของรัฐบาลจึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติและไม่สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วน
สำหรับผลกระทบต่อสถานะทางการคลัง นายกรณ์เตือนว่าการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศสุ่มเสี่ยงต่อการทะลุเพดานร้อยละ 70 ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวินัยทางเงินการคลังภายในปี 2571 หรืออาจเร็วกว่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในอนาคตที่อาจมีเงินไม่เพียงพอตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจทั้ง 4 ประเด็น พรรคประชาธิปัตย์จึงยืนยันว่าไม่สามารถลงคะแนนเห็นด้วยกับการออก พรก. กู้เงินฉบับนี้ได้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระหนี้และดอกเบี้ยให้ประชาชนโดยไม่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
"การออก พรก. กู้เงินครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยทำให้ชีวิตทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนดีขึ้น แต่มีผลอย่างปฏิเสธไม่ได้กับภาระหนี้สินของประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับสูงมากยิ่งขึ้น นี่คือตรรกะและความคิดที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถโหวตเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลได้" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
#กรณ์ #พรกกู้เงิน #กู้เงิน4แสนล้าน #หนี้สาธารณะ #การเมือง #รัฐบาล #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline