- โฆษณา -

9 ปีคดี “น้องเมย” ยังไม่คืบ “โรม” จี้ตำรวจแจง ปมรับผู้ต้องหาเข้ารับราชการ

การเมือง26 ส.ค. 2569 • 16:24 น.
9 ปีคดี “น้องเมย” ยังไม่คืบ “โรม” จี้ตำรวจแจง ปมรับผู้ต้องหาเข้ารับราชการ

วันที่ 26 ส.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามคดีของ ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาภายในโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อเดือนตุลาคม 2560 โดยระบุว่าคดีนี้เป็นประเด็นค้างคามานานกว่า 9 ปี ซึ่งทางกรรมาธิการได้มีการพิจารณาและเปิดให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยสามารถแยกเหตุการณ์สำคัญออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายจากการสั่งธำรงวินัย และเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในส่วนของเหตุการณ์แรก พบว่ามีการสั่งธำรงวินัยน้องเมยจำนวน 2 ครั้งในเวลาที่ต่างกันภายในวันเดียวกัน ซึ่งในคดีนี้ศาลทหารสูงสุดได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือปัจจุบันบุคคลที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดรายนี้ ได้เข้ารับราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางกรรมาธิการได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมตามคุณสมบัติของ กตร. ที่ระบุว่าผู้จะเข้าเป็นตำรวจต้องไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียต่อจริยธรรม แต่ทางผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันว่าบุคคลนี้สามารถรับราชการได้ตามกฎ กตร. ข้อ 2 อนุ 2

- โฆษณา -

ทางกรรมาธิการมีความเห็นแย้งกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมองว่าการทำร้ายผู้อื่นถึง 2 ครั้ง แม้ในขณะนั้นผู้กระทำจะมีอายุเพียง 19 ปี แต่พฤติการณ์ในคดีมีความร้ายแรงและไม่ปรากฏความสำนึกต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น การปล่อยให้ผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะนี้รับราชการต่อไปอาจเป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่ดีต่อองค์กรตำรวจ

และพฤติการณ์ดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้สุขภาพของน้องเมยทรุดลง จากคนที่มีสุขภาพดีกลายเป็นคนสุขภาพไม่ดี ก่อนจะมีการถูกสั่งธำรงวินัยอีกหลายครั้งจนนำไปสู่การเสียชีวิตในท้ายที่สุด โดยที่ผู้เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายในครั้งนั้นได้รับเพียงโทษจำคุกและรอลงอาญาจากศาลทหารเท่านั้น โดยไม่มีการลงโทษทางวินัยอื่นใดเพิ่มเติม

สำหรับประเด็นการเสียชีวิต ผลการพิจารณาของ สภ.เมืองนครนายก และ สภ.บ้านนา สรุปว่าเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติแต่ไม่พบการกระทำความผิดทางอาญา แม้จะมีการสอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนมากตั้งแต่ 29 ปาก จนถึง 42 ปาก แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดได้ และส่งเรื่องต่อไปยังอัยการจังหวัดนครนายกซึ่งมีความเห็นในทางเดียวกัน ทำให้ในภาพรวมไม่มีใครถูกลงโทษจากกรณีการเสียชีวิตนี้เลย

นายรังสิมันต์มองว่ากรณีนี้เป็นอันตรายต่อหลักนิติธรรมและนิติรัฐ เพราะแม้จะรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกธำรงวินัยมีสุขภาพไม่ดีจากการบาดเจ็บ แต่ยังมีการสั่งธำรงวินัยจนหมดสติ ซึ่งเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่มีการขยายผลเพื่อตามหาผู้กระทำความผิด

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเห็นทางแพทย์ โดยทางอัยการทหารและ สน.พญาไท ยึดตามผลวินิจฉัยของแพทยสภาและมีคำสั่งไม่ฟ้องมาตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 แต่ทาง สน.พญาไท เพิ่งจะมีการแจ้งกลับไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บางคดีขาดอายุความไปแล้ว และบางคดียังเหลือเวลาอยู่น้อยมาก

อีกทั้งในประเด็นเรื่องการส่งมอบอวัยวะที่ล่าช้าและไม่พร้อมกัน จนทำให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถพิจารณาถึง DNA ได้ ก็ยังไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งกรรมาธิการจะยังคงพิจารณาคดีนี้เพิ่มเติมต่อไป พร้อมฝากข้อสังเกตไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงมาตรฐานการทำงานที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

"สรุปว่าไม่มีใครผิดอะไรเลยในเรื่องคดีของน้องเมย จนถึงตอนนี้เรายังไม่สามารถที่จะมอบความเป็นธรรมให้กับน้องเมยและครอบครัวได้เลย จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครต้องรับผิดชอบจากการที่คนสุขภาพดีคนหนึ่งอยู่ๆ ก็กลายมาเป็นคนที่สุขภาพไม่ดีแล้วก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา" นายรังสิมันต์ กล่าว

#น้องเมย #คดีน้องเมย #รังสิมันต์โรม #ตำรวจ #กองทัพ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline