“รอมฎอน” จี้นายกฯ ตั้งกรรมการสอบเหตุกราดยิงนราธิวาส หวั่นวิกฤตศรัทธาบานปลาย
สส.รอมฎอน จี้ นายกฯ ตั้ง กก.สางปมกราดยิงนราธิวาส ห่วงวิกฤตศรัทธาบานปลาย
วันที่ 26 ส.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งระบุว่าเกิดเหตุการณ์รวมแล้วกว่า 100 เหตุการณ์ในช่วงวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการกล่าวหาว่ามีการยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นชาย 4 คน ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยมีข้อสงสัยว่าเป็นการยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่บ้านกูมุง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายถูกนำส่งโรงพยาบาล
ข้อมูลเบื้องต้นมีความขัดแย้งกันเป็นสองชุด โดยฝ่ายผู้ประสบเหตุยืนยันว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แม้จะมีข้อสงสัยเรื่องวิถีกระสุนและอาการบาดเจ็บ ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า) ยืนยันต่อสาธารณะและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีการกราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด
จากการหารือกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจะแนะ พบว่าในคืนวันที่ 22 สิงหาคม มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบรวม 10 จุด โดยกรณีของกลุ่มวัยรุ่นนี้เป็นเหตุที่ 10 ซึ่งมีลำดับเหตุการณ์ว่าเมื่อเวลา 21.39 น. เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจและพบกับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน โดยมีการตรวจค้นอย่างละเอียดและยืนยันว่าไม่มีอาวุธปืน ก่อนจะปล่อยตัวไป แต่หลังจากนั้นเพียง 28 นาที ทางตำรวจได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลจะแนะว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง
โดยผลการตรวจที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 หัว พร้อมปลอกกระสุนในบริเวณเนินที่เกิดเหตุ และพบหัวกระสุนติดอยู่ที่รถจักรยานยนต์ด้วย แม้จะมีกระแสข่าวจากฝ่ายความมั่นคงอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับจ่ารายหนึ่งรายงานยืนยันการปฏิบัติการ แต่ทาง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวแล้ว
นายรอมฎอนได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระขึ้นมาทำงานคู่ขนานกับการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน เนื่องจากมองว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้นำหน่วย กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกรณีนี้ การให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาบริหารจัดการจะช่วยสร้างความโปร่งใสและความชอบธรรมได้มากกว่า
โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับกรณีความพยายามลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เมื่อ 5 เดือนก่อน ซึ่งพยานหลักฐานชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ หรือกรณีโศกนาฏกรรมตากใบในปี 2547 ที่รัฐบาลในขณะนั้นได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนโดยดึงอดีตข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญมาเป็นองค์ประกอบเพื่อคลี่คลายปมปัญหา
"ถ้าความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไม่ยุติ คลี่คลาย และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่ายจริงๆ ผมเกรงว่าประเด็นปัญหาของความจริงหลายชุดเช่นนี้ จะเหมือนกับหลายกรณีที่ผ่านมาในชายแดนใต้ที่ต่างคนต่างเล่าเรื่องกันไป และจะยิ่งทำให้เกิดความบาดหมาง ความหวาดระแวงต่อไปในอนาคต ผมอยากเห็นการทำงานที่ริเริ่มโดยรัฐบาลเอง เพื่อที่จะยืนยันว่าการไต่สวนความจริงนี้จะมีความโปร่งใส และมีความชอบธรรมมากพอ"
นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลถึงความปลอดภัยของประจักษ์พยาน โดยเฉพาะผู้รอดชีวิตและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ เนื่องจากอาคารที่ทำการ อบต.ช้างเผือก ถูกเผาทำลายเสียหาย 100% และมีรองนายก อบต. ท่านหนึ่งเป็นผู้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกำชับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานพลเรือนให้มีมาตรการคุ้มครองพยานและผู้เสียหาย เพื่อให้กล้าให้ข้อมูลที่เป็นจริงโดยไม่ถูกกดดัน
จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนน 2 เลนแคบ ด้านหนึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความลาดชันสูง อีกด้านเป็นป่ารกสวนผลไม้ นายรอมฎอนมองว่าความเป็นไปได้ที่กลุ่มวัยรุ่นจะพยายามลอบยิงเจ้าหน้าที่นั้นมีน้อยมาก และรอยกระสุนที่กระจายตัวอยู่น่าจะเป็นการกราดยิงมากกว่าการเล็งยิงอย่างแม่นยำ
ในส่วนขององค์ประกอบคณะกรรมการไต่สวนที่เสนอ นายรอมฎอนเห็นว่าไม่ควรให้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบหลัก แต่ควรมีประธานที่เป็นอดีตข้าราชการหรือบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือจากทั้งส่วนกลางและคนในพื้นที่ โดยมีส่วนผสมของแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมทั้งเตือนว่าหากปล่อยให้เกิดวิกฤตศรัทธาและความบิดเบือนข้อมูลในโลกออนไลน์ขยายตัว จะยิ่งทำให้ความบาดหมางในพื้นที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว
#รอมฎอน #กราดยิงนราธิวาส #นราธิวาส #นายกรัฐมนตรี #การเมือง #ข่าวการเมือง #ชายแดนใต้ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline