- โฆษณา -

‘ภัณฑิล’ จี้ ‘อนุกมธ.’ รีดไขมันงบปี 69 ตัดงบสัมมนา-สัมปทานที่ปรึกษาพร่ำเพรื่อ แฉ ‘ป.ย.ป.’ งานซ้ำซ้อน เสนอไลฟ์สดเปิดความโปร่งใส

การเมือง31 ก.ค. 2569 • 12:16 น.
‘ภัณฑิล’ จี้ ‘อนุกมธ.’ รีดไขมันงบปี 69 ตัดงบสัมมนา-สัมปทานที่ปรึกษาพร่ำเพรื่อ แฉ ‘ป.ย.ป.’ งานซ้ำซ้อน เสนอไลฟ์สดเปิดความโปร่งใส

“ภัณฑิล น่วมเจิม” สส.กทม. พรรคประชาชน เรียกร้องอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึก ไม่ใช่แค่ "มารับรองงบ" จี้ตัดลดโครงการไม่จำเป็น ทั้งสัมมนา ดูงานต่างประเทศ และการจ้างที่ปรึกษาพร่ำเพรื่อ ชี้ชัดไม่กระทบภารกิจหลัก แต่ช่วยเซฟภาษีประชาชน พร้อมยกเคส “สำนักงาน ป.ย.ป.” งานซ้ำซ้อน เสียเงินซ้ำซาก ชวนเปิดไลฟ์สดประชุมให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

วันที่ 31 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะอนุกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้แถลงถึงความคืบหน้าการทำงานของ “คณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น” หลังปฏิบัติหน้าที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ที่ผ่านมาว่า ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อ “ตรวจสอบงบประมาณอย่างจริงจัง” หรือเพียงแค่ “มารับรองงบประมาณ” ให้ผ่านไปเท่านั้น พร้อมฝากคำถามถึงประชาชนและสื่อมวลชนว่า เมื่อหน่วยงานรัฐขอใช้เงินภาษี ควรต้องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนหรือไม่ว่า เงินทุกบาทมีความจำเป็น คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะงบรายจ่ายประเภทสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเดินทางต่างประเทศ และค่าจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นหมวดงบประมาณที่อยู่ภายใต้ดุลพินิจของแต่ละหน่วยงานเป็นหลัก

- โฆษณา -

นายภัณฑิล กล่าวยืนยันว่า งบประมาณที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่นี้ ไม่ใช่งบเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่งบสวัสดิการ งบช่วยเหลือประชาชน งบแก้ไขปัญหาไฟป่า ระบบเตือนภัย หรืองบการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่หากถูกปรับลดแล้วจะกระทบต่อการบริการประชาชนทันที

“สิ่งที่เรากำลังทำไม่ใช่การขัดขวางการทำงานของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นการตั้งคำถามว่า รายจ่ายที่ไม่ใช่ภารกิจหลักเหล่านี้ มีความจำเป็นและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว

สส.พรรคประชาชน เสนอให้ปรับลดโครงการสัมมนาที่ไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน งบประชาสัมพันธ์ที่วัดผลแค่ยอดการเข้าถึง (Reach) รวมถึงการเดินทางไปประชุมวิชาการในต่างประเทศ โดยระบุว่า “ด้วยสภาวะทางการคลังของไทย เราไม่ได้ร่ำรวยขนาดที่จะไปประชุมสัมมนาไกลถึงต่างประเทศโดยไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรกลับมา แม้จะเข้าใจว่ามีกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่งบส่วนนี้ควรใช้อย่างสมเหตุสมผล”

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงการตั้งงบจ้างที่ปรึกษาและ Outsource ที่พร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น โดยตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดบุคลากรประจำของหน่วยงานจึงไม่สามารถดำเนินการเองได้ จนต้องพึ่งพาหน่วยงานภายนอกมาทำแทนเกือบทั้งหมด

นายภัณฑิล ระบุว่า การพิจารณาปรับลดงบประมาณของตนและทีมงาน ไม่ได้ใช้ความรู้สึกในการตัดสิน แต่ยึดข้อมูลเอกสารอย่างละเอียด ตรวจสอบทั้งวงเงิน ผลการเบิกจ่าย ความซ้ำซ้อน ต้นทุนต่อหน่วย ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยทุกโครงการต้องมีเอกสารประกอบชัดเจน ทั้ง TOR ใบเสนอราคา และเหตุผลความจำเป็น แต่ในหลายกรณี หน่วยงานกลับไม่สามารถตอบคำถามหรือแสดงเอกสารที่เพียงพอต่อการพิจารณาได้

นายภัณฑิล ได้ยกตัวอย่าง สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งที่ผ่านมามีข้อถกเถียงถึงความจำเป็นในการคงอยู่ของหน่วยงาน เนื่องจากภารกิจหลายด้านไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว เช่น การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิรูปกฎหมาย หรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงอีกหลายโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงหลายร้อยล้านบาท ซึ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรม นิทรรศการ การสำรวจข้อมูล และการอบรมผู้บริหาร ที่มองว่าซ้ำซ้อนและไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่า หากโครงการใดตัดออกแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลัก ก็ควรพิจารณาทบทวนหรือยกเลิก เพื่อนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายภัณฑิล กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ของคณะอนุกรรมาธิการบางชุดยังขาดความเข้มข้น จึงขอเสนอแนวทางเพื่อสร้างความโปร่งใส 2 ข้อ 1.เปิดเผยผลการปรับลดงบประมาณ ของคณะอนุกรรมาธิการแต่ละชุด เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าและเปรียบเทียบระหว่างคณะอย่างชัดเจน 2.เปิดถ่ายทอดสด (Live) การประชุมคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เสียภาษีสามารถร่วมติดตามและตรวจสอบการทำงานของสภาได้อย่างแท้จริง