“ศุภชัย” แจกแจงอำนาจ กกต. คดีฮั้ว สว. ย้ำพนักงานไต่สวนแค่รวบรวมหลักฐาน

การเมือง28 ก.ค. 2569 • 08:35 น.
“ศุภชัย” แจกแจงอำนาจ กกต. คดีฮั้ว สว. ย้ำพนักงานไต่สวนแค่รวบรวมหลักฐาน

จากกรณีเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.โดยยืนยันว่า ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้

ล่าสุด วันนี้ (28 ก.ค.69) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suphachai Jaismut ระบุว่า...

วันนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.ที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจให้กระจ่าง โดยเฉพาะตามข่าวย่อหน้าที่สองและย่อหน้าที่สาม จะไม่ได้ออกความเห็นพลาดผิดไป

ตามกฎหมาย พนักงานไต่สวนของ กกต. เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริง

หน้าที่หลักคือ

* รับคำร้อง

* รวบรวมพยานหลักฐาน

* สอบปากคำพยาน

* วิเคราะห์ข้อเท็จจริง

* จัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอ กกต.

พนักงานไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ใดผิด ความเห็นของพนักงานไต่สวนเป็นเพียงข้อเสนอ

ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ถามว่า กกต. ผูกพันตามความเห็นของพนักงานไต่สวนหรือไม่

คำตอบคือไม่ผูกพัน

กกต. สามารถ

* เห็นชอบกับความเห็น

* ไม่เห็นชอบ

* สั่งไต่สวนเพิ่มเติม

* แต่งตั้งคณะไต่สวนใหม่

* ยุติเรื่อง หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ถ้าคดีเป็นคดีอาญา

ในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฐาน เช่น

* ซื้อเสียง

* ทุจริตเลือกตั้ง

* ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้เลือก

หาก กกต. เห็นว่ามีมูล ก็สามารถ

* ส่งฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ หรือ

* ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในบางกรณีต้องประสานกับพนักงานอัยการ

ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ

มีข้อถกเถียงว่า หาก พนักงานไต่สวนของ กกต. เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ กกต. เห็นต่าง จะสามารถสั่งดำเนินคดีได้หรือไม่

คำตอบคือ ได้ เพราะพนักงานไต่สวนเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ส่วน อำนาจชี้ขาดเป็นของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งอาจสั่งไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีมติแตกต่างจากความเห็นของพนักงานไต่สวนได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานรองรับการวินิจฉัยนั้น

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบทบาทของ กกต. ในคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น คดีฮั้ว สว. และช่วยแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย

คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกว่าจะได้รับตำแหน่งต้องผ่านด่านแรกซึ่งสำคัญมากคือผู้สมัครจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากหลายองค์กร ได้แก่

* ประธานศาลฎีกา (ประธาน)

* ประธานสภาผู้แทนราษฎร

* ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

* ประธานศาลปกครองสูงสุด

* ผู้แทนจากองค์กรอิสระตามที่กฎหมายกำหนด

คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และคัดเลือกผู้ที่เห็นว่าสมควรดำรงตำแหน่ง จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา

หลายวันที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนกล่าวหาข่มขู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่

#ศุภชัยใจสมุทร #กกต #ฮั้วสว #คดีเลือกตั้ง #การเมืองไทย #พรรคภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline