'มัลลิกา' ถอดบทเรียนไฟไหม้ 'โรงเบียร์ลาดพร้าว' เสนอผู้ว่าฯ กทม. ตรวจสถานบันเทิงทั่วกรุง ชู AI ยกระดับความปลอดภัย

การเมือง13 ก.ค. 2569 • 16:36 น.
'มัลลิกา' ถอดบทเรียนไฟไหม้ 'โรงเบียร์ลาดพร้าว' เสนอผู้ว่าฯ กทม. ตรวจสถานบันเทิงทั่วกรุง ชู AI ยกระดับความปลอดภัย

วันที่ 13 ก.ค.69 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง “ร้าน ณ ลาดพร้าว” เมื่อคืนวันที่ 12 ต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ถือเป็นเหตุสาธารณภัยร้ายแรงที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างพิสูจน์สาเหตุของเพลิงไหม้และตรวจสอบระบบความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงประเด็นทางหนีไฟและการปฏิบัติตามกฎหมายของสถานประกอบการ

หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ แนวทางที่ควรดำเนินการแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะเร่งด่วน (24–72 ชั่วโมง)

1. ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command)

* รวมทุกหน่วยงานไว้ในจุดเดียว เช่น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม., ตำรวจ, โรงพยาบาล, นิติเวช, การไฟฟ้า และสำนักงานเขต

* รายงานสถานการณ์ต่อประชาชนทุก 2–3 ชั่วโมง

2. ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและญาติ

* เปิดศูนย์ประสานญาติ

* ตรวจ DNA และยืนยันอัตลักษณ์อย่างรวดเร็ว

* จัดนักจิตวิทยาและทีมเยียวยาผู้ประสบเหตุ

* ประสานโรงพยาบาลทุกแห่งที่รับผู้บาดเจ็บ

3. รักษาพื้นที่เกิดเหตุ

* ห้ามรื้อถอนจนกว่าพนักงานสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานจะเก็บหลักฐานครบ

* เก็บข้อมูลจาก CCTV

* ตรวจระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง และโครงสร้างอาคาร

4. ตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ ทันที

* สั่งตรวจสถานบันเทิงที่มีความเสี่ยงสูงทุกแห่งภายใน 7 วัน

* ตรวจ

* ทางหนีไฟ

* ถังดับเพลิง

* ระบบสปริงเกลอร์

* ระบบแจ้งเหตุ

* ความจุผู้ใช้บริการ

* การต่อเติมอาคาร

5. สื่อสารอย่างโปร่งใส

* รายงานข้อเท็จจริง ไม่คาดเดาสาเหตุ

* เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและร้องเรียน

ระยะสั้น (ภายใน 30 วัน)

1. Safety Audit กรุงเทพมหานคร

ตรวจสถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ คาราโอเกะ และสถานที่จัดคอนเสิร์ตทุกแห่ง

แบ่งระดับความเสี่ยง

* สีแดง : สั่งปิดทันที

* สีเหลือง : ให้แก้ไขภายในกำหนด

* สีเขียว : ผ่านมาตรฐาน

2. ฐานข้อมูลออนไลน์

ประชาชนสามารถค้นหาได้ว่า

* ร้านใดผ่านการตรวจ

* ร้านใดอยู่ระหว่างแก้ไข

* ร้านใดถูกสั่งปิด

3. ซ้อมอพยพ

กำหนดให้สถานบันเทิงทุกแห่ง

* ฝึกซ้อมหนีไฟอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

* พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้น

ระยะยาว (1–5 ปี)

1. ยกระดับกฎหมายความปลอดภัย

กำหนดให้สถานบันเทิงทุกแห่งต้องมี

* ระบบสปริงเกลอร์อัตโนมัติ

* ระบบตรวจจับควัน

* ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ

* ไฟฉุกเฉิน

* ป้ายหนีไฟเรืองแสง

* ประตูหนีไฟที่เปิดออกได้ตลอดเวลา

2. ระบบ AI Fire Safety ของกรุงเทพฯ

เชื่อมข้อมูล

* เซ็นเซอร์ควัน

* กล้อง AI

* ระบบแจ้งเหตุ 199

* ศูนย์บัญชาการ กทม.

หากตรวจพบความผิดปกติ

* แจ้งเจ้าของอาคาร

* แจ้งสถานีดับเพลิงใกล้ที่สุด

* แจ้งประชาชนในพื้นที่

3. ตรวจอาคารประจำปี

สถานบันเทิงทุกแห่งต้องผ่านการตรวจโดย

* วิศวกร

* ผู้ตรวจระบบไฟฟ้า

* ผู้ตรวจระบบดับเพลิง

หากไม่ผ่าน ต้องระงับการใช้สถานที่จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

4. แผนที่ความเสี่ยง (Bangkok Risk Map)

จัดทำฐานข้อมูลสถานที่เสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ เช่น

* สถานบันเทิง

* อาคารเก่า

* ตลาด

* โรงแรม

* โกดัง

* อาคารที่มีคนหนาแน่น

เพื่อกำหนดลำดับการตรวจเชิงรุก

5. ปรับปรุงการออกใบอนุญาต

เชื่อมข้อมูลระหว่าง

* กรุงเทพมหานคร

* ตำรวจ

* การไฟฟ้า

* กรมโยธาธิการและผังเมือง

* กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เพื่อไม่ให้มีการต่อใบอนุญาตหากยังไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย

เป้าหมายที่ผู้ว่าฯ ควรประกาศต่อประชาชน

1. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างเต็มที่

2. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

3. ตรวจสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน

4. ปรับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งเมือง

5. ใช้เทคโนโลยีและการตรวจเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ

แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในอดีตของไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ลักษณะนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง