“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ย้ำ “เสถียรภาพ” รัฐบาล “8พรรค” ปึ้ก!

การเมือง23 มิ.ย. 2566 • 23:00 น.
“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ย้ำ “เสถียรภาพ” รัฐบาล “8พรรค” ปึ้ก!

หมายเหตุ :  “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง หลังเลือกตั้งซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศที่จับตามองว่า เมื่อใดประเทศไทยจะมี “รัฐบาลใหม่” โดยเผยแพร่ผ่านช่อง Siamrathonline ออกอากาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา มีสาระที่น่าสนใจดังนี้

- วันนี้ 8 พรรค ร่วมรัฐบาลประกาศจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีเรื่องของดีลลับ และการจับมือข้ามขั้ว เป็นข่าวลือออกมาตลอด มองเรื่องนี้อย่างไร

ข้อแรกเราต้องยอมรับก่อนว่า สิ่งที่ประชาชนได้เลือกส.ส.มาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.66 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นสัญญาณที่แน่ชัดแล้วว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการส.ส.ในซีกที่ได้รับการเลือกตั้งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทย แล้วอีก 6 พรรคทั้งหลาย อันนี้เป็นสัญญาณแล้ว เพราะฉะนั้นกรณีที่เกิดมีข่าวว่าอาจจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกันขึ้นมา ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยมันบริหารประเทศไม่ได้เลย

วันนี้เสียง 8 พรรคการเมืองที่ประกาศตั้งรัฐบาลใหม่มีทั้งหมด 312 เสียงกับอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งพรรครัฐบาลเดิมมี 100 กว่าเสียงเท่านั้นเอง ห่างกันประมาณ 62 เสียง ซึ่งคิดว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือจะมีการเสนอ แคนดิเดต นายกฯขึ้นมาแข่ง ผมคิดว่าไม่ทำให้ประเทศเราดีขึ้น แต่กลับทำให้ประเทศจะถึงทางตันอีกครั้งหนึ่ง  การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เลย เรียกว่าถ้าตั้งได้จริงเป็นไม่เกินเดือน 2 เดือนก็ต้องยุบสภาฯ

ส่วนประเด็นข้อซักถามที่ว่าจะมีปัจจัยอะไรที่ทำให้การเมืองเป็นแบบนี้ ผมเรียนว่าเรื่องเดียวที่ทำให้คนลงถนนเพราะเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นปัจจัยที่การเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องเลือกด้วยกระบวนการของรัฐสภา ก็คือเอาส.ส.กับส.ว.มารวมกัน ทำให้การดำรงตำแหน่ง การสรรหานายกฯต้องใช้เสียงจำนวนมาก ฉะนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้ รัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าประเด็นนี้ในอนาคตอันใกล้ ไม่ต้องคอยให้หมด 5 ปีถ้าแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็จะแก้เลย

-ในกรณีที่ชื่อของคุณ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ผ่านการโหวตรอบแรก 8 พรรค ร่วมรัฐบาลมีแผนอย่างไรต่อไป?

เท่าที่ได้คุยกับทางพรรคก้าวไกล โดยกรรมการบริหารพรรคเขาก็ได้พยายามที่จะได้พูดคุยกับส.ว. และทราบว่าได้ส.ว.ที่จะโหวตให้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามสมมติว่า ในวันโหวต มันไปไม่ได้จริง ๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่แกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรคต้องมาพูดคุยกันถึงแนวทางในการดำเนินการว่าควรจะปรับแผนอย่างไรซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องจำเป็นแล้ว พวกเรากอดคอร่วมกันแล้ว

-8พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ “ก้าวไกล” เผชิญกับปัญหานี้เพียงลำพัง?

คงต้องมาช่วยกันคิดหลายๆหัว ว่าเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้ว แต่ละพรรคมีความเห็นอย่างไร หรือจะยังคงยันชื่อคุณพิธา ต่ออะไรก็ว่ากันไป

-มองอย่างไรเรื่องการฟอร์มรัฐบาลล่าช้า ทำให้รัฐบาลรักษาการอยู่ยาว ?

ผมคิดว่าวันนี้ ถ้า 8 พรรคการเมือง คุยกันอยู่ตลอดเวลา แล้วเราก็ได้ทำ MOU ร่วมกันแล้ว ว่าจะสนับสนุนคุณพิธ าเป็นนายกรัฐมนตรีอันนี้ชัดเจน ในฐานะที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุด ส่วนเรื่องประเด็นที่จะมีงูเห่าหรือไม่มี  ผมคิดว่าสถานการณ์การเมืองวันนี้ ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะว่าจำนวนส.ส.ที่ผมได้เรียนเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า ส.ส.ที่จะเป็นรัฐบาลกับส.ส.ที่จะเป็นว่าที่ฝ่ายค้านในปัจจุบันมีความต่างกันถึง 62 เสียง

ถ้าจะเอางูเห่า ให้เกิดขึ้นจริงต้องใช้เงินมหาศาลเหมือนกัน ซึ่งการใช้เงินมหาศาลก็ไม่ใช่เรื่องง่ายวันนี้เพราะแต่ละพรรคก็ได้คัดนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ มาอยู่ในพรรคตนเองแล้ว เราได้ดูแล้วว่าในอุดมการณ์ของส.ส. ของพรรคเรามีนโยบายที่สอดคล้องกับแนวทางของพรรค ตัวอย่างของพรรคเพื่อไทย เรารับรองว่าเราดูถี่ถ้วนมาก ดูพฤติกรรมในอดีต ดูท่าทีทางการเมือง ความคิดเห็นทางการเมือง และเราเชื่อมั่นว่าในส่วนของเพื่อไทยไม่มีงูเห่าแน่นอน

-ฝ่ายสนับสนุนที่ทั้งประเทศสนับสนุน และคัดค้าน คุณพิธา  เป็นนายกฯ ประกาศพร้อมลงถนน มองเรื่องนี้อย่างไร?

ผมคิดว่าในเรื่องนี้ทุกฝ่ายอยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบและความสามัคคี ถามว่าภาพของการลงถนนทั้ง 2 ฝั่ง 2 ฝ่าย ผมว่าเราอยากให้เกิดขึ้นไหม แน่นอนว่าเราไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จะต้องมีการอธิบายให้ชัดเจนว่าถ้ามีอุปสรรค ถ้าคุณพิธาไม่ได้จริงๆ มันเพราะอะไร ต้องให้สังคมยอมรับถึงเหตุผลที่แท้จริงไม่ใช่เป็นไปในลักษณะที่ไปกลั่นแกล้งเขาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผมเชื่อว่าถ้ามีการชี้แจงที่สามารถเข้าใจได้ เชื่อว่าประชาชนรับฟัง แต่ถ้าไม่สามารถชี้แจงได้ แล้วมีลักษณะที่ทำเหมือนกับที่เรียกว่า “นิติสงคราม” มาสู้กัน เพราะฉะนั้นประเด็นต่างๆมีความอ่อนไหวเมื่อต่างฝ่ายต่างเกิดความไม่เข้าใจกันอาจจะนำไปสู่การลงตามท้องถนนก็เป็นไปได้ ซึ่งเรื่องนี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

-8พรรคร่วมรัฐบาลกับเรื่องการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษา ฯที่ชูเรื่องการทำประชามติ แบ่งแยกดินแดน “ปาตานี” มากน้อยแค่ไหน

คือในเรื่องนี้ผมเรียนว่าคณะทำงานใน 14 คณะของพรรคร่วมรัฐบาล มีคณะ ที่เรียกว่าคณะแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรายังไม่ได้คุยกันตกผลึกว่าจะต้องถึงขั้นแบ่งแยกดินแดนหรือว่ามีความเห็นตาม ประชามติอย่างนั้น  ซึ่งมันไม่ใช่ ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมา เป็นการประชุมเชิงวิชาการของทางมหาวิทยาลัยฯ ที่ปัตตานี เพื่อสอบถามความคิดเห็นดูเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนการทำงานในระดับ 8 พรรคการเมืองในการที่จะสรุปเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปกครองตนเอง ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนไหว และในรัฐธรรมนูญเองก็ได้กำหนดไว้ว่าอาณาจักรไทยแบ่งแยกไม่ได้ ตามมาตรา 1 เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เนี่ยเป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ดูดีๆ