ครอบครัววิน จยย. ถูก ตชด.ยิง บุกสภาฯร้อง กมธ.ตำรวจ หลังถูกขู่ซ้ำ “วัชรพงศ์” ยันให้ความเป็นธรรม ไร้ซูเอี๋ย
“ครอบครัวและญาติ” ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ยิงเสียชีวิต บุกสภาฯร้องกมธ.ตำรวจ สภาฯ หลังถูกกลุ่มอิทธิพลมืดข่มขู่คุกคามจนหวาดกลัว ด้านประธาน กมธ. ลั่นเด็ดขาด พร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่ ย้ำชัดผู้ก่อเหตุไม่มีหน้าที่พกปืนในพื้นที่สาธารณะ เตรียมนำเรื่องเข้าสู่วาระพิจารณาด่วน 2 ก.ค.นี้
วันที่ 17 มิ.ย.69: เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนจากญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและเพื่อนรวม 2 ราย จากกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ยิงเสียชีวิต โดยทางครอบครัวระบุว่า จำเป็นต้องเดินทางมาร้องเรียนเพื่อขอความคุ้มครองและความช่วยเหลือ เนื่องจากกำลังถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก และมีความกังวลอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจ
นายวัชรพงศ์ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดกับทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น และมีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายที่ชัดเจนและต่อสู้เรื่องการห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะมาโดยตลอด ซึ่งคดีนี้ถือว่าเข้าข่ายความผิดอย่างชัดเจน
"แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ขอให้ประชาชนและครอบครัวผู้สูญเสียมั่นใจได้ว่า กมธ.การตำรวจ จะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการเข้าข้าง หรือซูเอี๋ยกันในหมู่ตำรวจ เพราะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก โดยคาดว่าจะสามารถนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. ได้ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ และพร้อมเป็นที่พึ่งให้ผู้เสียหายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องหวาดกลัวกระบวนการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรม" นายวัชรพงศ์ กล่าว ยืนยัน
ประธาน กมธ.การตำรวจ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นการห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะนั้น คดีนี้มีความชัดเจนมาก แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่มีหน้าที่ในการพกพาอาวุธปืนในขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ หรือพื้นที่ที่ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบอยู่ ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการกระทำความผิด ส่วนการแจ้งข้อหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นข้อหากระทำการเกินกว่าเหตุ หรือพยายามฆ่า ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจเจ้าของคดีต่อไป
ขณะที่ตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยความอัดอั้นว่า อยากขอความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เพราะในเวลานี้ทางครอบครัวต้องเผชิญกับกระแสโจมตีที่รุนแรง และถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก โดยเมื่อพยายามสอบถามว่าผู้ที่มาข่มขู่เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด กลับได้รับคำตอบสวนกลับมาในลักษณะข่มขู่เอาชีวิตว่า "เดี๋ยวจะโดนอีกสักเม็ดหนึ่ง จะเอาไหม" ทำให้ครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยและต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรม ทั้งนี้ หลังจากยื่นหนังสือต่อ กมธ.การตำรวจ แล้ว ทางครอบครัวเตรียมจะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพิ่มเติมต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรมสูงสุด