"ภคมน" เผย "สื่อภูเก็ต" ถูกฟ้องปิดปาก แฉย้าย ขรก.แค่ละครวางอำนาจ "ระบอบสีน้ำเงิน"
วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้รับยื่นหนังสือจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าว "โหดจัง จังหวัดภูเก็ต" กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยนายวรพงศ์ ระบุว่าตนได้รับความเดือดร้อนจากการนำเสนอปัญหาหาดบางเทา ซึ่งถูกผู้มีอิทธิพลที่เป็นญาติของข้าราชการระดับใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตฟ้องปิดปากกรณีเขียนข้อความในเพจว่า “โดนหมดปลัดจังหวัดภูเก็ต ป้องกันจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอทั้งสามอำเภอ ช่วยราชการกรณีล้างบางอิทธิพลหาดบางเทา เส้นใหญ่เร่งยกชุด นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เกิดได้ไง” จนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายถึง 5 ล้านบาท โดยมีการฟ้องร้องที่ศาลอาญาในกรุงเทพฯ แทนที่จะเป็นจังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ยังถูกฟ้องจากการโพสต์วิเคราะห์ล่วงหน้าว่าข้าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ปราบปรามผู้มีอิทธิพลจะถูกย้ายภายใน 2 อาทิตย์ ซึ่งต่อมามีการย้ายจริงตามนั้น นายวรพงศ์ย้ำว่าคนในพื้นที่ทราบดีว่าใครอยู่เบื้องหลังการบุกรุกที่สาธารณะแต่ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้ และสื่อท้องถิ่นกำลังถูกเบียดเบียนกดขี่หากนำเสนอข้อมูลที่เป็นผลลบต่อผู้มีอิทธิพล
ด้าน น.ส.ภคมน เปิดเผยว่าผู้มีอิทธิพลที่ฟ้องสื่อมวลชนในครั้งนี้เป็นคนใกล้ชิดของ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" ที่มีข่าวถูกย้ายไปก่อนหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่ารองผู้ว่าฯ คนดังกล่าวมีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และบุกรุกที่สาธารณะ น.ส.ภคมนตั้งข้อสังเกตว่าการย้ายข้าราชการครั้งนี้เป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เพราะคนที่มีอำนาจยังคงทำงานในพื้นที่เรียกรับผลประโยชน์และฟ้องสื่อมวลชนตามเดิม พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลที่ไม่มีการสอบสวนทางวินัยและอาญาอย่างรัดกุม
โดย น.ส.ภคมน ระบุว่า ร้อยวันพันปี การประชุมมหาดไทยประชาชนไม่เคยรับรู้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา ประชาชนได้เห็นการประชุม เพราะคุณมีธงที่ชัดเจน ว่าต้องการจะแสดงอะไรกับสาธารณะ และได้แสดงบทนั้นออกมา สุดท้ายแล้วความขัดแย้งส่วนตัว ประชาชนไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่สนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วย จะถูกจัดการอย่างไร การย้ายรองผู้ว่าฯ ที่มีมูลความผิดชัดเจนไปจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่และเป็นบ้านเกิด ถือเป็นการย้ายที่คนถูกย้ายดีใจที่สุดในโลก
“วันนี้ทุกคนทราบว่า การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ คิดหรือว่าเขาจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นหากจะจริงจังเล่นใหญ่แล้ว ก็เอาให้จริง ขุดถอดรากถอนโคน ที่กินผลประโยชน์ในจังหวัดว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อย่าแค่มาเล่นใหญ่“ น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นคือการวางอำนาจใหม่ของ ระบอบสีน้ำเงินเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่เดียวในฝั่งอันดามันที่พรรคภูมิใจไทยยังยึดครองไม่ได้ การย้ายผู้ว่าฯ จึงเป็นการวางขุมกำลังเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป “ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด แต่ฉากละครที่ประชาชนต้องติดตามต่อไป คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งหน้าฉากที่เห็นคือการวัดพลังเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย
“สิ่งที่เราเห็นกันหน้าฉากวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นการวัดพลังกันเพื่อชิงกันนำเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เรื่องแก้ปัญหาเป็นเรื่องรอง แต่วันนี้สิ่งที่ทำได้คือของใครเข้าไปมีอำนาจมากกว่าคน ๆ นั้นมีโอกาสเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ และการแก้ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องรองมา นี่คือจุดประสงค์หลัก ๆ ที่ดิฉันอยากชวนประชาชนมองข้ามช็อตให้ทันเกมของการวางระบอบสีน้ำเงินในวันนี้”
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกฯ ดึงโครงการ EEC กลับไปดูแลเองว่าอาจเพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีคมนาคมหรือลดแรงต้านจากประชาชน แต่ความขัดแย้งเรื่องใครใหญ่กว่าใครไม่ควรเป็นภาระของคนไทย
“ดิฉันคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีท่านจะสามารถนำคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ดิฉันคาดหวังจะเห็นพรรคภูมิใจไทยเป็นเอกภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ให้กำลังใจไม่ได้รักอะไรท่านขนาดนั้นเพียงแต่คาดหวังให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับผลประโยชน์บ้างจากการขึ้นมาเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้” น.ส.ภคมน กล่าว
ขณะที่นายเฉลิมพงศ์ สส.ภูเก็ต ชี้ให้เห็นว่าปัญหาอิทธิพลและส่วยมีมานานแล้ว โดยมีข้าราชการระดับสูงเป็นลมใต้ปีก และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจมากกว่าเพียงคำพูดสวยหรู พร้อมยืนยันจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดและสนับสนุนให้คนภูเก็ตได้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อกำหนดอนาคตตนเอง ทั้งนี้ น.ส.ภคมนระบุว่าไม่เชื่อมั่นเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหากไม่มีการลงมือทำจริง เพราะประชาชนกำลังจับตามองพฤติกรรมของผู้มีอำนาจอยู่