- โฆษณา -

“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เตือนแรง! รัก “อนุทิน” ต้องมีสติ อย่าปล่อยด้อมพาออกนอกทาง ซ้ำรอยบทเรียนการเมืองไทย

การเมือง23 เม.ย. 2569 • 07:57 น.
“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เตือนแรง! รัก “อนุทิน” ต้องมีสติ อย่าปล่อยด้อมพาออกนอกทาง ซ้ำรอยบทเรียนการเมืองไทย

วันที่ 23 เม.ย.69 "เอ็ดดี้" อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ระบุว่า...

ไม่ได้รับใช้ใครหรือพรรคใด แต่ผมรับใช้ความจริง

- โฆษณา -

ผมพยายามไม่ลำเอียงในการวิจารณ์การเมือง

พรรคไหนทำดีในเรื่องใด ก็ควรได้รับคำชม

พรรคไหนทำผิดในเรื่องใด ก็ควรถูกวิจารณ์

สังเกตดูกันได้ว่า ผู้สนับสนุนพรรค หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ด้อม”ค่ายต่างๆ ที่เหล่า “ด้อม” เทใจให้มากๆ จนถึงขั้นปล่อยผ่านคำถามสำคัญบางอย่างไปหมด

ถ้าไปถึงจุดที่ใครแตะไม่ได้ ใครตั้งคำถามก็กลายเป็นฝ่ายร้าย แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เพราะในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีพรรคใดควรอยู่เหนือการตรวจสอบ

ถ้าเรื่องไหนของพรรคใดหรือนักกการเมืองคนไหน สมควรได้รับคำชม ผมก็ชม

ถ้าเรื่องไหนถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม ผมก็พร้อมปกป้อง

แต่ถ้าเรื่องไหนมีข้อครหา มีเงา มีคำถาม มีพฤติกรรมที่สังคมควรจับตา ผมก็จะพูดตรง ๆ เช่นกัน

เพราะถ้าคนคนหนึ่งเลือกชมและปกป้องอยู่เพียงพรรคเดียว คนอ่านก็ย่อมรู้ทันว่า นั่นไม่ใช่การวิเคราะห์ แต่คือการเลือกข้างล่วงหน้า

และเมื่อใดที่เราชมในเรื่องที่ควรชม วิจารณ์ในเรื่องที่ควรวิจารณ์ “เมื่อนั้นคำพูดของเราจึงมีน้ำหนัก”

เพราะคนจะรู้ว่า เราไม่ได้รับใช้พรรค แต่กำลังพยายามรับใช้ความจริง

ส่วนพรรคส้ม สำหรับผมคือพรรคที่ต้องถูกวิจารณ์อย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะผมเห็นว่าหลายแนวคิด หลายท่าที และหลายวาระของพรรคนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทางนโยบายตามปกติ หลายแนวคิดและหลายจุดยืนของเขา กระทบฐานของระเบียบรัฐธรรมนูญ สถาบันหลัก และความต่อเนื่องของความเป็นไทย จึงเป็นพรรคที่ผมวิจารณ์อย่างเข้มข้นกว่าพรรคอื่น

ประชาชนที่มีสติควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง

“คำแก้ต่างของพรรค” กับ

“ข้อยุติทางกฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาล

เพราะถึงแม้ว่า พรรคอาจอธิบายตนเองว่าเป็นการปฏิรูป แต่ในทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ไม่ได้ถูกมองเช่นนั้น และศาลได้วินิจฉัยไปแล้วอย่างชัดเจนจนถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรค นี่จึงไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์หรือถ้อยคำสวยหรูอีกต่อไป หากเป็นเรื่องของเส้นแบ่งต่อระเบียบรัฐธรรมนูญและสถาบันหลักของประเทศ

สำหรับผมในเวลานี้ นอกจากพรรคส้มแล้ว พรรคที่เป็นห่วงที่สุดคือพรรคที่คนกำลังหลงรักมาก จนไม่ยอมตั้งคำถาม

ภูมิใจไทยกำลังเข้าใกล้จุดนั้น

ที่น่ากลัว เพราะประชาชนจำนวนมากเริ่มปล่อยให้ความนิยม กลบการตรวจสอบ

ทั้งที่ภายในพรรคยังมีคนสีเทา มีข้อครหาหลายเรื่อง

ประชาชนมีสิทธิ์ชื่นชม

แต่ห้ามชื่นชมจนตาบอด

เพราะวันที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งแตะไม่ได้

วันนั้นไม่ใช่วันที่พรรคนั้นยิ่งใหญ่

แต่คือวันที่สังคมเริ่มอ่อนแอ

เราเคยมีประสบการณ์กับพรรคยอดนิยมที่ครองใจคนในชาติเป็นจำนวนมากมาแล้วอย่าง พรรคไทยรักไทย แต่คนไทยลืมไปหมดแล้วว่า การเทใจแบบหมดใจ จนไม่ยอมตั้งคำถาม สุดท้ายเราเจอกับอะไร

ผมเอาใจช่วยนายกฯ หนูและรัฐมนตรีที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาให้ชาติและประชาชน

แต่การเอาใจช่วย ไม่ได้แปลว่าต้องปิดหูปิดตา

ในทางตรงกันข้าม ยิ่งหวังดี ก็ยิ่งต้องช่วยกันระวังไม่ให้หลงทาง

รักนักการเมืองได้

แต่ต้องรักอย่างมีสติ

เพราะประชาธิปไตยไม่ได้ต้องการแค่ผู้สนับสนุน

ประชาธิปไตยต้องการพลเมืองที่กล้าชมในเรื่องที่ควรชม และกล้าตั้งคำถามในเรื่องที่ควรถาม

เวลาพรรคฝ่ายค้านที่ไว้ใจได้อย่างประชาธิปัตย์หรือไทยภักดี เป็นต้น อภิปรายหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ประชาชนควรรับไปพิจารณา ไม่ใช่ตั้งกำแพงไว้ล่วงหน้าว่า อภิสิทธิ์ เล่นเกม หรือประชาธิปัตย์เก่งแต่จับผิด

การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่มีแต่รัฐบาลที่ทำงาน ฝ่ายค้านก็ทำงานเดียวกัน เพียงแต่ฝ่ายหนึ่งเดินหน้า อีกฝ่ายคอยตรวจสอบ ในแต่ละช่วงเวลาฝ่ายหนึ่งอาจถูกและฝ่ายหนึ่งอาจพลาด แต่ประชาชนต้องเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการทำงานของรัฐบาล รัฐสภาและตุลาการ มิใช่เอาแต่สนับสนุนและปกป้องโดยไม่สนใจตรวจสอบ ซึ่งมันผิดไปจากรูปแบบการปกครองในระบอประชาธิไตย

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร

รักนายกฯ อนุทิน อย่ารักจนปล่อยให้เขาหลงทาง

ใช้หลักการเลี้ยงลูกในแบบที่ว่า “อย่าเป็นพ่อแม่รังแกฉัน”

อย่าเป็นด้อมอนุทิน ด้อมซุปเปอร์จี ด้อมฟ้า ด้อมพี ”ในแบบที่แอบรังแกเขา“

เหมือนที่ ด้อมทักษิณ พาทักษิณติดคุก อยู่อย่างทุกวันนี้

ครับพี่น้องชาวไทย

#เอ็ดดี้อัษฎางค์ #อัษฎางค์ยมนาค #อนุทิน #การเมืองไทย #ด้อมการเมือง #ภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline