ศาลฎีกาฯ ลงดาบนักการเมืองท้องถิ่น "2 นายกอบต.-รองนายกเทศฯ" ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

การเมือง30 ธ.ค. 2562 • 06:49 น.
ศาลฎีกาฯ ลงดาบนักการเมืองท้องถิ่น "2 นายกอบต.-รองนายกเทศฯ" ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2562 สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2562 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พิพากษาว่า นักการเมืองท้องถิ่น จำนวน 3 ราย จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และ 1 ราย จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ ดังนี้ คดีจงใจยื่นบัญชีฯเท็จ 3 ราย 1.นายโสมนัส พยนต์ยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ยี่สาร (วาระการดำรงตำแหน่ง 2552 – 2556 ) เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2552 โดยแถลงนโยบายเพื่อเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2552 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2556 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2556 โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี จำนวน 22,824.65 บาท และ 728.82 บาท ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจาก ตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2556 โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 4 บัญชี จำนวน 547.42 บาท 221.79 บาท 5,759.39 บาท และ 288,220.67 บาท และสิทธิตามสัญญา จะซื้อจะขายห้องชุด จำนวน 781,772.72 บาท และยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2557 โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 5 บัญชี จำนวน 19,192.69 บาท 5,332.85 บาท 5,800.41 บาท 8,069.57 บาท และ 1,284.52 บาท และสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จำนวน 781,772.72 บาท ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของการไม่แสดง รายการทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงทำนองว่าหลงลืมจึงจำไม่ได้ว่าตนเองเปิดบัญชีไว้บางบัญชีคู่สมรสไปเปิดบัญชีเองจึงไม่ทราบว่าคู่สมรสและบุตรมีบัญชีเงินฝากและคู่สมรสมิได้กรอกหรือแนบเอกสารเกี่ยวกับการกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อห้องชุดมาในบัญชี พิพากษาว่า นายโสมนัส พยนต์ยิ้ม ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งนายก อบต.ยี่สารตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และมาตรา 33 และห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ 6 ก.ย. 2556 ซึ่งเป็นวันที่พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.ยี่สาร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก. (คดีหมายเลขแดงที่ อม.135/2562 วันที่ 23 พ.ค.2562) 2.นายสุริยันต์ แก้วคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะดอบ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะดอบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2552 โดยแถลงนโยบายเพื่อเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2553 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2556 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีเข้ารับตำแหน่งโดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 4 บัญชีและโรงเรือนพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง และผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่งโดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 5 บัญชีและโรงเรือนพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง สำหรับกรณีเข้ารับตำแหน่งคดีขาดอายุความทางอาญาแล้ว พิพากษาว่า นายสุริยันต์ แก้วคำ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบกรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งนายก (อบต.) ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 15 ก.ย. 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.154/2562 วันที่ 12 มิ.ย.2562) 3.นายสุรศักดิ์ เอี่ยมเจ็ง รองนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2555 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่งโดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคาร และสหกรณ์ 2 บัญชี รวม 672.46 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์ จำนวน 18,350 บาท และไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางวิรัตน์ เอี่ยมเจ็ง คู่สมรส ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 3 บัญชี รวม 11,965.55 บาท สลากออมทรัพย์ จำนวน 500 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์ จำนวน 1,060 บาท ที่ดิน 1 แปลง รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 6 บัญชี จำนวน 400,000 บาท ส่วนกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคารและสหกรณ์ 2 บัญชี รวม 769.80 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์จำนวน 18,350 บาท และไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของคู่สมรส ได้แก่ เงินฝากธนาคารและสหกรณ์ 4 บัญชี รวม 14,211.40 บาท สลากออมทรัพย์ จำนวน 500 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์จำนวน 1,060 บาท ที่ดิน 1 แปลง รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 7 บัญชี รวม 680,000 บาท ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของการไม่แสดงรายการทรัพย์สินให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว แต่ผู้ถูกกล่าวหาเพิกเฉย พิพากษาว่า นายสุรศักดิ์ เอี่ยมเจ็ง ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีในการดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 3 ธ.ค.2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี จำคุก 2 เดือนและปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก. (คดีหมายเลขแดงที่ อม.169/2562 วันที่ 9 ก.ค. 2562) จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ 1 ราย 1.นายพารา พงษ์พานทอง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2557 ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของการไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีดังกล่าวต่อผู้ร้องแล้วแต่ผู้ถูกกล่าวหาเพิกเฉย พิพากษาว่า นายพารา พงษ์พานทอง ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกอบต.ศรีมงคล อำเภอไทรโยค ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 1 ก.ค.2557 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.(คดีหมายเลขแดงที่ อม.153/2562 วันที่