“ชูวิทย์” เปิด 5 เหตุผลไม่เลือกพรรคส้ม ชี้โหวตผิด-ใช้ ม.112 หาเสียง-ตั้งเป้าสูงเกินจริง เตือนการเมืองแบ่งขั้วทำประเทศแตกแยก

การเมือง7 ก.พ. 2569 • 01:41 น.
“ชูวิทย์” เปิด 5 เหตุผลไม่เลือกพรรคส้ม ชี้โหวตผิด-ใช้ ม.112 หาเสียง-ตั้งเป้าสูงเกินจริง เตือนการเมืองแบ่งขั้วทำประเทศแตกแยก

“ชูวิทย์” เปิด 5 เหตุผลไม่เลือกพรรคส้ม ชี้โหวตผิด-ใช้ ม.112 หาเสียง-ตั้งเป้าสูงเกินจริง เตือนการเมืองแบ่งขั้วทำประเทศแตกแยก

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.69 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง  ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  เหตุผลที่ไม่เลือกพรรคส้ม การปราศรัยครั้งสุดท้าย

 

ผมเปิดปฏิบัติการ “สั่งสอน” พรรคส้มในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความจริงใจ

 

ด้วยเหตุผล 5 ประการ ที่ทำให้ผมไม่เลือกพรรคส้ม

 

1. คะแนน 14 ล้านเสียง ที่คนมอบให้พรรค ส้ม แต่นำไปโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ จนทำให้พรรคน้ำเงินเติบใหญ่เป็นคู่แข่งขัน

 

ถือเป็นการทรยศคะแนนเสียงของประชาชน และเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

 

และได้สอนให้พรรคส้มได้เห็นเองว่า ประสบการณ์ทางการเมืองสำคัญและจำเป็นแค่ไหน

 

2. การหาเสียงด้วย ม.112

 

เป็นจุดเริ่มต้น และจุดจบที่ทำให้ไม่ได้เป็นรัฐบาล แม้จะมีท่าทีถอยห่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่ได้เป็นด้วยความจริงใจ มีวาระแอบแฝงเพื่อคะแนนเสียง

 

ประเด็นนี้ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทั้งที่มีอีกหลายเรื่องที่พรรคส้มสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงผาสุกให้ประชาชนโดยส่วนรวมอีกมาก

 

แต่กลับไปปลุกระดมเยาวชน กลุ่มเคลื่อนไหว จนส่งผลเสียอย่างยิ่งดั่งที่เห็น

 

 

3. ความพยายามปฏิรูประบบราชการ ทหาร กลุ่มทุน ที่รวดเร็วเกินไป

 

ด้วยวิธีการที่ไร้ทิศทาง มุ่งเน้นแต่คะแนนเสียง ใจร้อนวู่วามตามประสาคนหนุ่มสาวที่ไร้ประสบการณ์

 

การปรับปรุงพัฒนาต้องใช้เวลา แต่ความดื้อรั้นไม่ฟังใคร เป็นภาพสะท้อนถึงความโดดเดี่ยว และการสร้างความขัดแย้งภายในสังคม

 

4. การมองอนาคตที่ผิดพลาด

 

ชัดเจนว่าพรรคส้มประเมินอนาคตผิดพลาดเสมอ เอาแต่เรื่องเฉพาะหน้าตามกระแส จนไม่ระมัดระวังตัว

 

เช่นการพูดว่า “ทหารมีไว้ทำไม? รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ“

 

ในขณะนั้น ทำให้ได้คะแนนจริง แต่เพียงเวลาแค่ 2 ปี ผลลัพธ์กลับมาเป็นอีกด้าน มีสงครามชายแดนปะทุขึ้น

 

และคำพูดที่เคย ”ด้อยค่า“ กองทัพ มันบาดลึกจนเกินกว่าจะยอมรับแค่คำขอโทษแบบผ่านๆ

 

5. การตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินจริง

 

การเติบโตของพรรคส้มไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่สิ่งนี้มาเร็วเกินไปจนเกิดความมั่นใจแบบผิดๆ

 

ทำให้พรรคส้มไม่ฟังใคร และไม่ยอมรับความจริง

 

เมื่อมีการท้วงติงจึงไม่เชื่อ และมีแนวโน้มที่จะตอบโต้เพื่อเอาชนะเท่านั้น

 

สโลแกนหลักของพรรค ”มีเราไม่มีเทา“ เป็นบทพิสูจน์ถึงความผิดพลาด และการไม่ยอมรับ

 

ซ้ำยังใช้วิธีการเหมือนเด็ก ที่โยนว่า ”พรรคอื่นก็มี“

 

รวมทั้งเรื่อง ”ประกันสังคม“ ที่เป็นบทพิสูจน์ว่า พรรคส้มมีความพยายามใช้วิธีการหาเสียงแบบเอาประโยชน์เข้าตัวเอง

 

ไม่พูดความจริงทั้งหมด เพราะวงเงินประกันสังคมมีมหาศาล และมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น

 

มีการเสนอชื่อ ”ธนาธร“ สอดไส้เป็น “อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด“ ด้วยการสนับสนุนของทีมส้มในบอร์ดประกันสังคม

 

วิธีการทำการเมืองของพรรคส้มจึงมีความอันตราย เสมือนคนหนุ่มสาวที่อ่อนต่อโลก แต่มีความมุ่งมั่นจะเปลี่ยนโลก

 

เต็มไปด้วยความฝัน แต่ฝืนความจริงไม่ได้

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ และอุดมการณ์ที่มั่นคง

 

ความผิดพลาดย่อมเป็นครู และวันเวลาของพรรคส้มยังมีอีกมาก

 

แต่พรรคส้มกลับมองข้ามความผิดพลาดของตัวเอง ผลักคนเห็นต่างออกไปเป็นฝั่งตรงข้าม

 

และจำกัดเวลาตัวเองว่า ”ต้องให้พวกเราทำตอนนี้เท่านั้น“

 

ผมจึงเตือนด้วยความปรารถนาดีในครั้งนี้

 

อย่าพยายามชี้นำประเทศด้วยการแบ่งแยกประชาชนด้วยการเมือง เพราะจะยิ่งทำความแตกแยกให้มากขึ้น

 

ผลลัพธ์จะออกมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยผมเชื่อว่า พรรคส้มจะมีคะแนน “น้อยกว่า“ ครั้งที่แล้ว

 

เพราะผลจากการใช้ ”ไฟจุดกระแสที่เกินจริง”

 

วันนี้พรรคส้มพูดถูกหมด แต่วันหนึ่งคนในประเทศนี้จะได้ตรึกตรองสิ่งที่ผมสั่งสอนด้วยความหวังดี เหมือนคนรุ่นหนึ่งสอนคนอีกรุ่นหนึ่งให้เข้าใจ

 

แต่หากไม่เชื่อ ให้ดูผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า คะแนนของพรรคส้มจะลดลงไหม

 

เพราะเป็นวันที่ประชาชนจะแสดงออกถึงพรรคการเมืองอย่างจริงใจที่สุด

 

ด้วยคะแนนเสียงที่กาให้นักการเมืองได้เพียงครั้งเดียวในวันเลือกตั้ง

 

#ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ #พรรคส้ม #เลือกตั้ง2569 #การเมืองไทย #ม112 #เลือกตั้ง #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #ประชาชนตัดสิน