- โฆษณา -

"องค์กรต้านโกง" ปลุกสังคมเลือก "นายกฯคนที่33" คือจุดตัดของประเทศ จะเดินไปข้างหน้า หรือวนอยู่ในวงจรคอร์รัปชั่น

การเมือง13 ม.ค. 2569 • 19:28 น.
"องค์กรต้านโกง" ปลุกสังคมเลือก "นายกฯคนที่33" คือจุดตัดของประเทศ จะเดินไปข้างหน้า หรือวนอยู่ในวงจรคอร์รัปชั่น

วันที่ 13 ม.ค.2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุก ถึงเรื่องการเลือกตั้งสส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ระบุว่า

- โฆษณา -

" นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ไม่ได้เป็นแค่ผู้นำคนใหม่ตามวาระทางการเมือง แต่คือจุดตัดสำคัญว่าประเทศนี้จะเดินไปข้างหน้า หรือจะวนอยู่ในวงจรเดิมที่คอร์รัปชันฝังรากลึกต่อไปอีกหลายปี

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่คือการตัดสินใจร่วมกันของประชาชนทั้งประเทศว่าเราอยากเห็นการเมืองแบบไหนเป็นอนาคตของเรา

คอร์รัปชันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนโกงเก่งเพียงไม่กี่คน

แต่มันเติบโตได้เพราะโครงสร้างอำนาจเปิดทางให้คนแบบนั้นเข้าสู่ตำแหน่ง ผ่านการซื้อเสียง อิทธิพล และความเคยชินของสังคมที่ค่อย ๆ ลดมาตรฐานของผู้นำลงทีละนิด

จนการไม่ซื่อสัตย์กลายเป็นเรื่องที่ถูกมองข้าม และการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเป็นเรื่องปกติในการบริหารบ้านเมือง

ผลของการเลือกที่ผิดพลาดไม่ได้จบลงในวันเลือกตั้ง

แต่สะสมเป็นความเสียหายระยะยาว ทั้งงบประมาณที่ควรใช้พัฒนาประเทศรั่วไหล โอกาสของคนทำงานสุจริตถูกปิด ระบบตรวจสอบอ่อนแอ และประชาชนต้องเป็นผู้รับภาระจากการตัดสินใจนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งในรูปแบบของคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำที่ฝังแน่น และความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองที่ค่อย ๆ พังลงโดยไม่มีใครรับผิดชอบ

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นโอกาส

หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนทุกคนยังมีพลังมากพอจะเปลี่ยนทิศทางประเทศได้ หากเราเลือกอย่างมีสติและเลือกผู้นำที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

ผู้นำที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ขายเสียง ไม่คดโกง มีความสามารถและวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ และให้ความสำคัญกับการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในคำพูด แต่ในเชิงโครงสร้างและการลงมือทำจริง

นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ควรเป็นผู้นำที่เข้าใจว่าอำนาจไม่ใช่รางวัล

แต่คือความรับผิดชอบต่อประชาชนทั้งประเทศ และประชาชนเองก็ต้องไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบของตัวเองด้วยการเพิกเฉยต่อการใช้สิทธิ

เพราะทุกครั้งที่เราไม่เลือก ระบบเดิมจะเป็นคนเลือกแทนเราเสมอ"