ชัดเจน! “อภิสิทธิ์” ลั่นเงื่อนไขเหล็กประชาธิปัตย์! ปัดร่วมรัฐบาลครอบครัว-ทุนเทา พร้อมสังคายนาองค์กรอิสระ กอบกู้เชื่อมั่น ชงปฏิรูปที่มาสว.

การเมือง12 ม.ค. 2569 • 05:37 น.
ชัดเจน! “อภิสิทธิ์” ลั่นเงื่อนไขเหล็กประชาธิปัตย์! ปัดร่วมรัฐบาลครอบครัว-ทุนเทา พร้อมสังคายนาองค์กรอิสระ กอบกู้เชื่อมั่น ชงปฏิรูปที่มาสว.

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนชัดเจน "ไม่ร่วมสังฆกรรม" กับรัฐบาลที่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวหรือพัวพันทุนเทา ย้ำบทบาท ปชป. ยุคใหม่ต้องเป็น "ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก" ปราบโกง พร้อมชูธงปฏิรูปที่มา สว. และรื้อโครงสร้างองค์กรอิสระให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่ออนาคตการเมืองไทยที่สะอาดและมั่นคง

วันที่ 12 ม.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งว่า รัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเป็นตัวแปรสำคัญที่จะคอยการันตีความสะอาด และความสงบของบ้านเมือง การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการหยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บรรทัดฐานของพรรคว่าจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย โดยมีเงื่อนไขเหล็ก 3 ประการคือ 1.ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง 2.ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ3.ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง 4.ชูธงปฏิรูป 2 ด้าน สว.และ องค์กรอิสระ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเร่งทำ 2 ประเด็นคือการแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ยึดโยงกับหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น และการปฏิรูปการทำงานขององค์กรอิสระ ต้องมีความโปร่งใส และต้องถูกตรวจสอบได้ เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคมให้กลับคืนมา

“ประชาธิปัตย์จะเป็นคนที่เข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริต” นายอภิสิทธิ์กล่าว