กองทัพภาค 2 ชี้เกมกัมพูชา “สงบการเมือง–ตึงทหาร” ใช้หยุดยิงบังหน้า ลับหลังเสริมกำลัง เดินข่าวกรองแนวชายแดน

การเมือง4 ม.ค. 2569 • 13:36 น.
กองทัพภาค 2 ชี้เกมกัมพูชา “สงบการเมือง–ตึงทหาร” ใช้หยุดยิงบังหน้า ลับหลังเสริมกำลัง เดินข่าวกรองแนวชายแดน

ทัพภาค 2 ชี้ กลยุทธ์กัมพูชา “สงบ เชิงการเมือง แต่ ตึง ในเชิงทหารใช้การ‘หยุดยิง’เป็นฉากบังหน้า เบื้องหลัง เดินเกมข่าวกรอง-เสริมกำลัง-สะสมเสบียง-ปรับฐานที่มั่น ติดโซลาร์เซลล์-ท่อน้ำ

วันที่ 4 ม.ค.69 กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) สรุปสถานการณ์ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ของวันที่ 3 มค.2569 ยังคงอยู่ในภาวะ “สงบ เชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง” ยังไม่ปรากฏการปะทะด้วยอาวุธหนัก หรือการตอบโต้โดยตรง หากแต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังเดินเกมระมัดระวัง เสริมที่มั่น เตรียมพร้อมกำลัง และจับตาความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิด

ด้านจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงเงียบ แต่ไม่วางใจ

พื้นที่ช่องบก: ยังไม่พบการปะทะ เจ้าหน้าที่ตรวจพบการเตรียมพร้อมเชิงป้องกันของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงที่มั่น ติดตั้งท่อส่งน้ำ และจัดกำลังเฝ้าระวังด้วย อากาศยานไร้คนขับ

พื้นที่ช่องอานม้า : สถานการณ์ยังคงสงบ ฝ่ายกัมพูชาติดตามการขุดคูติดต่อ ของฝ่ายไทยในพื้นที่รวงผึ้ง พร้อมบันทึกภาพความเคลื่อนไหว เป็นข้อมูลรายงาน

จังหวัดศรีสะเกษ แนวพื้นที่ช่องซำแต–โดนตวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ยังไม่พบเหตุปะทะ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและรักษาแนวที่มั่นเดิม

พื้นที่ปราสาทพระวิหาร–ผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ตรวจพบการลำเลียงสัมภาระ เสบียง น้ำ และโครงสร้างโลหะ ขึ้นสู่พื้นที่สูง มีรถพยาบาลเข้า-ออก เป็นระยะ พร้อมคำสั่ง ห้ามถ่ายภาพฐานที่ตั้งและการปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาด

พื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน พบการติดตั้งโครงเหล็กและแผงโซลาร์เซลล์ ใกล้แหล่งน้ำ คาดใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคควบคู่เสริมความมั่นคงของที่ตั้งทางทหาร

จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ แต่มีรายงานการเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนของฝ่ายกัมพูชาไปยังที่ตั้งใหม่

พื้นที่ ปราสาทคนา ตรวจพบการ

กรอกดินใส่กระสอบ เสริมแนวกำบังและหลุมหลบภัยในพื้นที่ส่วนหน้า

ปราสาทตาควาย เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ

จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ตรวจพบหลุมระเบิด จากการสู้รบเดิมหลายจุด โดยมี 3 จุดที่ยังไม่ระเบิด อยู่ระหว่างการกั้นพื้นที่เพื่อรอการทำลาย

พร้อมกันนี้ ยังพบการใช้โดรนของฝ่ายกัมพูชาบินตรวจการณ์เป็นระยะ

พื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้พื้นที่พลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการส่งกำลังและการเฝ้าตรวจ และ ติดตามกิจกรรมการปรับปรุงพื้นที่ของฝ่ายไทยในบางจุดอย่างใกล้ชิด

ภาพรวม ไม่พบการใช้อาวุธหนักหรือการปะทะโดยตรง สถานการณ์ยังอยู่ในห้วงหยุดยิงเชิงยุทธการ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเสริมความมั่นคงในที่ตั้ง

ฝ่ายกัมพูชามุ่งซ่อมแซมบังเกอร์ เพิ่มกำลัง ลำเลียงเสบียง และเข้มงวดการรักษาความลับด้านข่าวสาร

ส่วน ฝ่ายไทย ยังคงควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังภัยคุกคามแฝง ทั้งทุ่นระเบิดและการสอดแนมด้วย UAV

ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาสะท้อนภาพ “สงบ ในเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงทหาร” ใช้การหยุดยิงเป็นฉากหน้า ขณะเบื้องหลังยังเดินเกมข่าวกรอง เสริมกำลัง สะสมเสบียง และปรับปรุงที่มั่น

ทั้งนี้ การสั่งห้ามถ่ายภาพ คุมข้อมูล และใช้โดรนตรวจการณ์ บ่งชี้ ความกังวลต่อการเปิดเผยที่ตั้งและข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะการเผชิญหน้าเชิงรับต่อไป