"เทพไท" ชี้ปม "เบน สมิธ" ทำ "ภท.-พท." สะเทือน หยิกเล็บเจ็บเนื้อ 3 พรรค
วันที่ 5 ธ.ค.68 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า กรณีเบน สมิธ : ภูมิใจไทย-เพื่อไทย หยิกเล็บเจ็บเนื้อ
หลังจากมีภาพหลุดหรือภาพจงใจปล่อยออกมา เพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งเป็นภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ถ่ายภาพร่วมกับนายเบน สมิธ เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งมีอยู่หลายภาพที่นายเบน สมิธ ได้ถ่ายรูปร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
จากกรณีภาพเหล่านี้ ส่งผลกระทบทางการเมืองไปยังพรรคการเมืองอย่างน้อย3พรรค คือพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย ได้มีการอธิบายปรากฏการณ์ในภาพเหล่านี้ ซึ่งหลายคนก็ออกมาปฏิเสธว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้สนิทสนมกัน ไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง ไม่เคยทำธุรกรรมใดๆร่วมกัน แต่ในทางการเมือง มีการตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธอย่างไร
ทำให้นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมายืนยันว่า การที่นายอนุทินถ่ายรูปร่วมกับนายเบน สมิธ ไม่ใช่รู้จักในลักษณะเพื่อนของเพื่อน การเจอกัน5-6ครั้ง ย่อมมีความสนิทสนมกันมาก จนนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาตอบโต้ว่า เป็นภาพเก่า แต่ภาพปัจจุบันที่นายทักษิณถ่ายกับนายเบน สมิธ พรรคเพื่อไทยไม่เห็นบ้างหรือไม่
นายอนุทินก็ออกมาอธิบายเรื่องความสัมพันธ์กับนายเบน สมิธ ว่าถ้าสนิทสนมกันจริง คงได้ให้สัญชาติไทยไปแล้ว และเหตุผลของการไม่ให้สัญชาติไทยของนายเบน สมิธ จึงทำให้ถูกยึดกระทรวงมหาดไทยกลับไป ทำให้นายศึกษิษฎ์ ออกมาตอบโต้ว่า การยึดกระทรวงมหาดไทยคืนไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการให้สัญชาตินายเบน สมิธ แต่เป็นการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของนายอนุทินบกพร่อง ไม่ตัดน้ำตัดไฟ ตัดอินเตอร์เน็ต เพื่อปราบแก๊งสแกมเมอร์ ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ ต่อมานายอนุทินได้ตอบกลับไปอีกว่า ทั้งนายศึกษิษฎ์และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่รู้เรื่องนี้ดีพอ เพราะไม่ใช่เป็นบุคคลระดับสูง
จึงทำให้เห็นว่า เรื่องกรณีของนายเบน สมิธ ปรากฎภาพเกี่ยวข้องทั้งกับนายอนุทิน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และนายทักษิณ ชินวัตร สำหรับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถูกนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน ยื่นข้อเสนอต่อนายอนุทิน ให้ปลดออกจากตำแหน่ง แต่นายอนุทินยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งที่รัฐมนตรีร่วมรัฐรัฐบาลกับนายอนุทิน ที่มีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ อย่างนายวรภัค ธันยาวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อถูกข้อกล่าวหา นายอนุทินก็ส่งสัญญาณให้ลาออก แต่สำหรับร้อยเอกธรรมนัส แม้ว่าจะปรากฏภาพร่วมกับนายเบน สมิธ และถูกกดดันให้ปลดออก ก็เชื่อว่านายอนุทินก็ไม่กล้าปลดออก เพราะร้อยเอกธรรมนัส เป็นบุคคลที่มีบุญคุณ ที่พลิกขั้วให้นายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี
การปรากฏภาพของนายเบน สมิธ ที่ได้ถ่ายรูปร่วมกับนายอนุทิน ได้ถ่ายรูปร่วมกับร้อยเอกธรรมนัส และได้ถ่ายรูปร่วมกับนายทักษิณ จึงเป็นเรื่องที่ตอบโต้กันไปกันมา ระหว่างพรรคการเมืองเหล่านี้ และเชื่อว่าการตอบโต้เรื่องนี้ ก็เปรียบเสมือนการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ เพราะทั้ง3พรรค รู้จัก และปรากฏภาพร่วมกับนายเบน สมิธจริงๆ