นายกฯ ลุยขยายผลปราบยา-ธุรกิจเทา ลั่นโดนหมด ไม่มีช่วย แต่ช่วยซ้ำให้หนักชึ้น ชี้ทุกองค์กรมีทั้งคนดี-ไม่ดี หนุน จนท.ไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ

การเมือง20 พ.ย. 2568 • 08:29 น.
นายกฯ  ลุยขยายผลปราบยา-ธุรกิจเทา ลั่นโดนหมด ไม่มีช่วย แต่ช่วยซ้ำให้หนักชึ้น ชี้ทุกองค์กรมีทั้งคนดี-ไม่ดี หนุน จนท.ไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 20 พ.ย. 68 ที่กองบัญชาการตํารวจภูธร ภาค 5 จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระบวนการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนให้กับต่างด้าว จะมีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นหรือไม่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล หากไปถึงไหนก็ต้องโดนหมด ส่วนรายละเอียดเรื่องค่าหัวเรียกรับ ขอให้อธิบดีปกครองชี้แจง

ส่วนที่นายกฯ ระบุว่า ในรัฐบาลชุดนี้จะต้องไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกกับพี่ๆตำรวจ ซึ่งถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เหมือนเพื่อนกัน คบกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก คุยกันรู้เรื่อง และเข้าใจหน้าที่กันดี และได้บอกไปว่า ถ้าหนักใจอะไรก็ขอให้ปิดชื่อไว้ก่อนเพื่อดูพฤติกรรม  และถ้าหากเปิดชื่อเจอใครก็จะไม่ยกเว้น

นายอนุทิน กล่าวว่า หากใครมีข้อมูล ขอนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเอาไปเก็บไว้ทำไม คนพวกนี้เอาไปเก็บไว้ ก็ไม่เกิดมงคลอะไรกับตัวเอง เอามาให้ตำรวจ ซึ่งตำรวจจะได้ไปจับ และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่ละคนที่ได้ชื่อมาก็เอาไปขยายผล

เมื่อถามว่า จะเป็นการล้างบางข้าราชการ กระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าล้างบาง คำว่า ล้างบางมีแต่คนที่ไม่ดี ในทุกองค์กร มีคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ทำชื่อเสียงเหม็นเน่าป่นปี้ ได้มากกว่าคนส่วนใหญ่ ดังนั้นเรื่องการปราบปรามดำเนินคดี กำจัดคนเหล่านี้ออกไป ไม่ใช่เรื่องที่ยาก

เมื่อถามว่า มีการขยายผลความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ข้าราชการการเรียกรับผลประโยชน์ของข้าราชการที่ทุจริต เราก็ดำเนินการไปแล้ว ไล่ออกจากราชการ และจับดำเนินคดี แต่เทียบไม่ได้กับคนเหล่านี้ที่ทำความเดือดร้อน ซึ่งจะต้องติดตามต่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

เมื่อถามว่า จากที่มีการขยายผลพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทา นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่า คนพวกนี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เหมือนฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาพบกัน คนที่เกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์ การพนัน สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ ค้าบริการทางเพศ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด เพราะมันก็ทำได้แค่นี้

นายอนุทิน ยังชื่นชมผู้ปฏิบัติการทุกคน  ทำงานอย่างเต็มที่เอานโยบายของรัฐบาลไปทำ รัฐบาลไหนให้ความมั่นใจกับเขา ว่าไปแล้วจะไม่เจอตอ เจอใครก็คนนั้นไม่มีการช่วย ช่วยดีอย่างเดียวคือช่วยซ้ำ ให้มันหนักยิ่งขึ้น อันนี้มีเขาจึงทำงานอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น นโยบายของตนมีความชัดเจนว่าให้ทำอย่างเต็มที่ จึงเห็นการจับกุมรายใหญ่ๆ ในทุกสัปดาห์ เพราะเราทำงานด้วยความเข้าใจ

เมื่อถามว่า นโยบายการให้สัญชาติในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย นายอนุทิน ระบุว่า เป็นการให้โดยหลักมนุษยธรรม ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เป็นการเสียหน้าหรือไม่ เพราะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้กล่าวชื่นชม นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เสียหน้าเพราะเป็นการให้ตามหลักมนุษยธรรม  เพราะคนเสียหน้า คือคนที่มาหาผลประโยชน์ในช่องโหว่ตรงนี้ นายอำเภอเสียหน้าแน่ๆ นอกจากเสียหน้า ยังเสียผู้เสียคน เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแม้ ตำแหน่งสูง เห็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก หรือพูดง่ายๆว่า คนที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายคือคนเหล่านี้ และสุดท้ายก็ถูกดำเนินคดีไม่พ้นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้ออกจากราชการ เพราะมีความผิดชัดเจน

“สิ่งเหล่านี้คือการสนับสนุนให้เห็นว่าทำไปเถอะรัฐบาลอยู่ข้างหลังอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ปืนและของกลางทั้งหลายที่จับได้ เป็นไปได้อย่างไรปืนจำนวนมากอยู่ในบ้านคนๆเดียว หากบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป และให้ผู้ใหญ่บ้านครอบครองอาวุธที่ทำลายชีวิตคนได้อย่างรุนแรง แบบนี้ก็เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เราต้องดำเนินการปราบปราม เพราะผิดกฎหมายทุกอย่าง นี่คือเหตุผลที่ตั้งแต่ ผมเป็น รมว.มหาดไทย พ้นไป 3 เดือนแล้วกลับมา ผมไม่ยอมให้มีการต่ออายุทะเบียนปืนสำหรับคนทั่วไป เราต้องทำให้ประชาชนในประเทศไทยไม่ต้องถือปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคงเท่านั้นที่จะต้องถืออาวุธไปปราบปรามคนไม่ดี แต่ประชาชนต้องอยู่ด้วยความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพกพาอาวุธ“ นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับของกลางที่จับมาบอกว่า เอาไว้ป้องกันตัว มันไม่ได้ เพราะมีเยอะก็เท่ากับมีไว้เอาไปทำลายคนอื่น ข่มขู่ ซึ่งต้องปราบ และทราบข่าวว่า ที่ถูกจับกุมได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินแค่นิดเดียว หนึ่งแสนบาท กลับไปตนจะทำหนังสือกราบเรียนประธานศาลฎีกาให้พิจารณา คนที่ทำผิดแบบนี้สมควรที่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่ แต่ตนเคารพดุลพินิจของศาลอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ให้ประกาศอาจดูเพียงสำนวน ไม่ได้ดูว่าร้ายแรงอย่างไร หากมาเห็นว่าผู้ต้องหาพกอาวุธร้ายแรงเต็มบ้าน และมีพฤติกรรมไม่ดี ทำผิดกฎหมายแทบทุกอย่าง แต่พอจับได้ ก็ได้การประกันตัว ขอย้ำว่าความเคารพต่อดุลยพินิจศาลของตนมี แต่ก็ต้องทำเรื่องกราบเรียนให้ทราบว่าต้องมีวิธีอะไรหรือไม่ ซึ่งสุดแล้วแต่ความกรุณา