ศาลรธน.ตีตกคำร้อง MOA “อนุทิน–ณัฐพงษ์” ชี้เป็นเจตนาการเมืองร่วม ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

การเมือง19 พ.ย. 2568 • 15:42 น.
ศาลรธน.ตีตกคำร้อง MOA “อนุทิน–ณัฐพงษ์” ชี้เป็นเจตนาการเมืองร่วม ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

ศาลรธน.ตีตกคำร้อง MOA “อนุทิน–ณัฐพงษ์” ชี้เป็นเจตนาการเมืองร่วม ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมวินิจฉัยคดีที่นายนิยม นพรัตน์ (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กล่าวอ้างว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ผู้ถูกร้องที่ 1) และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ผู้ถูกร้องที่ 2) ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง (MerMorandum of Agreement : MOA) ตกลงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคประชาชนพิจารณาให้ความเห็นชอบ ผู้ถูกร้องที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อนำไปสู่การแก้ไข หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนหรือกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ หมวด 15 อันเป็นการได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายบริหารที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยมติพรรคการเมืองยินยอมให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตกอยู่ภายใต้ข้อผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันไว้ล่วงหน้า เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา114 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

ทั้งนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองมิได้เป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 อีกทั้งยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าเป็นการใช้ สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ

โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา การอภิปรายแล้วเห็นว่า MOA ระหว่างผู้ถูกร้องที่ 1 กับผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นการเจรจาหรือการประกาศเจตจำนงทางการเมืองร่วมกัน ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

"ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และเมื่อมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คำขออื่นย่อมเป็นอันอันตกไป"

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง