"ดร.เอ้" ตั้งคำถามงบจัดการน้ำแสนล้านหายไปไหน จี้ปฏิรูประบบน้ำ ใช้ AI-Data บูรณาการทั้งประเทศ
วันที่ 12 พ.ย.68 “ดร.เอ้” นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กขณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.อยุธยา พร้อมระบุว่า...
ถ้าใช้งบเป็น "แสนล้าน" แต่น้ำยังท่วมเหมือนเดิม หยุดทำ แล้วเก็บงบไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม?
ปี 2554 ประเทศไทยเจอกับน้ำท่วมใหญ่ ผ่านไป 14 ปี ใช้งบแก้ปัญหาไปนับแสนล้าน สุดท้าย น้ำยังท่วมเหมือนเดิม งบแสนล้านละลายไปกับอะไรกัน ?
ปี 2554 ประเทศไทยเจอน้ำท่วมใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
จากนั้นในปี 2555 เราใช้งบประมาณกว่า 120,000 ล้านบาทเพื่อเยียวยา และแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ และใช้งบประมาณในการป้องกัน และแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งเพิ่มขึ้นมาตลอดทุกปี
แต่ 14 ปีผ่านไป วันนี้ชาวบ้านทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม "เหมือนเดิม"
จะบอกว่า “ไม่ทำอะไรเลย” ก็คงไม่ใช่
เพราะถ้าไม่ทำเลย งบคงเหลือมากมายกองเป็นภูเขาเลากา
แต่ที่ผ่านมา เรา ”ทำ“ มากมาย "หลายร้อยหลายพันโครงการ" ใช้งบประมาณไปมากมาย แต่สุดท้าย ชาวบ้านต้อง ”เตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง“ เหมือนเดิม...
ต้องตั้งคำถามดังๆแล้วครับว่าประเทศไทยใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำอย่าง ”คุ้มค่า“ หรือไม่?
"ไม่ต้องห่วง" เลยว่าเราจะไม่มีงบพอที่จะลงทุนในโครงการแก้ปัญหาน้ำด้วย "หลักวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย" เพราะที่ผ่านมา เราได้ ”ละลายเงิน” ลงแม่น้ำไปมหาศาล แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย!
ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำแห่งชาติอย่างจริงจังแล้วครับ
เริ่มต้นที่ว่า ถ้าเรามอง “น้ำ” ด้วยมุมมองใหม่ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่คือ “บททดสอบความสามารถของรัฐ”
"พรรคไทยก้าวใหม่" ขอเสนอสิ่งที่เราต้องทำ "รอไม่ได้"
1. เริ่มโครงการ "สร้างประตูน้ำกันน้ำทะเลหนุน" (Sea Barrier System)
แบบ "เนเธอร์แลนด์" เวนิส "อิตาลี" หรือแม้แต่ "สิงคโปร์" ที่ทำสำเร็จมาแล้ว เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน "เจ้าพระยา" รองรับภาวะโลกร้อน และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น แต่วันนี้ยังไม่ได้เริ่ม "ศึกษาและออกแบบ" เลย รอไม่ได้แล้วครับ
2. "บูรณาการผังเมือง + ระบบน้ำ" (Smart Water + Smart City)
ผังเมืองต้องไม่ขวางทางน้ำ เมืองต้องระบายน้ำได้จริง ไม่ใช่อยากทำนิคมอุตสาหกรรมก็ทำ อยากทำบ้านจัดสรรก็ทำ อยากทำสนามกอล์ฟก็ทำ ทำโดยไปขวางทางน้ำ
3. ตั้ง “กองทุนจัดการน้ำแห่งชาติ”
บริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลงทุนเพื่อ “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” ไม่ใช่ แล้งก็เบิกด่วน ท่วมก็เบิกด่วน สุดท้ายละลายหายไป ไม่ได้อะไรยั่งยืน
4. "ใช้ AI และ Big Data บริหารน้ำทั้งระบบ"
เทคโนโลยี AI พยากรณ์ได้ล่วงหน้า รู้ว่าตรงไหน เมื่อไหร่ "เสี่ยงจม" บริหารเขื่อนแบบเรียลไทม์ไม่ใช่ “รู้ตอนท่วม แล้วค่อยประกาศเตือน” หรือมา "เร่งระบายน้ำ" ในเขื่อนในเวลาที่ระดับน้ำวิกฤติไปแล้ว ชาวบ้านจมสาหัส อย่างที่เป็นอยู่วันนี้ไง เศร้า...
ทั้งหมดนี้ ประเทศไทยมีงบประมาณ "เพียงพอ" ที่จะทำได้ครับ ถ้าเทียบกับเงินที่ใช้แก้ปัญหาแล้วละลายหายไปทุกปี
น้ำท่วมไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่มันคือ “ระบบบริหาร” ที่เราต้องกล้าปรับใหม่ทั้งชุด ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้านลอยคอรอ “โชคดี”เผื่อว่าน้ำจะท่วมไม่มากและลดเร็วกว่าปีก่อน แล้วปีหน้าค่อยมาวัดดวงชะตากันอีกทีว่าจะรอดหรือจะล่ม
คนไทยต้อง "เลิกทน" กับเรื่องแบบนี้อีกต่อไปแล้วครับ
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่
#น้ำท่วม #พรรคไทยก้าวใหม่ #ปฎิรูประบบน้ำแห่งชาติ #น้ำท่วมอยุธยา #ปฏิรูประบบน้ำ #บริหารจัดการน้ำ #AIบริหารน้ำ #BigData