“เอม-สามี” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 12 เผยปรับตัวได้ดีมีปัญหาความดันเล็กน้อย

การเมือง30 ต.ค. 2568 • 05:17 น.
“เอม-สามี” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 12 เผยปรับตัวได้ดีมีปัญหาความดันเล็กน้อย

จากกรณีวันที่ 9 ก.ย. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาดกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม ปัจจุบันนายทักษิณ อยู่ระหว่างการถูกคุมขัง 1 เดือน 21 วัน อีกทั้งยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศคอยรวมตัวมาให้กำลังใจที่เรือนจำฯ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ และทุกวันจันทร์ วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน เเขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 12 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งบังคับโทษ นับแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวหลากหลายสำนักยังคงปักหลักติดตามรายงานความเคลื่อนไหว โดยวันนี้ได้รับรายงานว่าสมาชิกครอบครัวชินวัตร ได้แก่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ เข้าเยี่ยมญาติด้วยแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ได้เป็นตัวแทนเข้าเยี่ยมญาตินายทักษิณ ไปแล้ว

โดย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ พร้อมสามี ได้เดินทางมาถึงเรือนจำกลางคลองเปรม โดยนั่งรถตู้ส่วนบุคคล ยี่ห้อ Mercedes-Benz (V 220d) สีขาว ป้ายทะเบียน 9 กย 59 กรุงเทพมหานคร เมื่อทั้งคู่ลงมาจากรถยนต์ส่วนบุคคล พบมีการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำเนื่องด้วยอยู่ในช่วงถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย น.ส.พินทองทา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวและกางเกงสแล็คสีดำ ส่วนนายณัฐพงศ์ สามี สวมเสื้อสูทสีดำ กางเกงสแล็คสีดำ จากนั้นทั้งคู่ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก็สวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ซึ่งเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร โดย น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ ได้ยกมือไหว้สวัสดีคนเสื้อแดงและร่วมพูดคุยเล็กน้อย มีสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเดินเข้าด้านในเรือนจำฯ โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 11.00 น. ภายหลังจากที่ น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ สามี เข้าเยี่ยมนายทักษิณในเรือนจำฯ นายณัฐพงศ์ ได้เผยสั้น ๆ ว่า วันนี้คุณพ่อบอกว่าปรับตัวได้ และบอกว่าอีกแป๊บเดียวก็จะสองเดือนแล้ว แต่ก็มีปัญหาเรื่องความดันเล็กน้อย ส่วนกรณีที่วันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) จะมีการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ได้มีพูดคุยกับนายทักษิณ หรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุยกันเลย เราเพียงมาเยี่ยมคุณพ่อตามปกติ ส่วนว่าระหว่างที่อยู่ด้านในเรือนจำฯ นายทักษิณ ได้ช่วยงานอาสาของเรือนจำฯ อย่างไรหรือไม่นั้น เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเป็นพิเศษ ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเท่าไร แต่ยืนยันคุณพ่อปรับตัวได้ดี และในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายณัฐพงศ์ ว่า ใกล้จะถึงช่วงเวลาของการเลือกตั้งใหญ่แล้ว ยังคงสนใจที่จะลงเล่นการเมืองหรือไม่ ปรากฏว่าเจ้าตัวหันมายิ้มรับคำถาม แต่ไม่ได้ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

จากนั้นทั้งคู่ได้เดินเข้าไปยกมือไหว้ทักทายพูดคุยกับพี่น้องคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ และบอกเล่าอาการ ความเป็นอยู่ของนายทักษิณให้กับคนเสื้อแดงได้รับฟังด้วยตัวเอง อาทิ ป้าแต๊ว อายุ 78 ปี คนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากจังหวัดกำแพงเพชร ด้วยการขับรถยนต์มาเอง และป้าหลิน คนเสื้อแดง อายุ 80 ปี ที่เดินทางมาจากบ้านพักแถวสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ และร่วมบันทึกภาพเพื่อเป็นกำลังใจระหว่างกัน

โดยป้าแต๊ว กล่าวว่า ตนเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรที่เรือนจำกลางคลองเปรมได้หลายวันแล้ว และวันนี้ก็จะได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งตนได้พูดคุยกับ น.ส.พินทองทา ก็ได้ถามว่าคุณทักษิณอยู่ด้านในเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่ง น.ส.พินทองทา ก็บอกว่า ท่านปรับตัวได้ จากนั้นตนก็ถามต่อว่า คุณทักษิณจะได้กลับบ้านหรือยัง โดย น.ส.พินทองทา ก็บอกว่า อาจจะต้องรอก่อนตามระยะเวลา อย่างไรก็ดี คุณทักษิณ ได้ฝากขอบคุณคนเสื้อแดงทุกคนที่คอยมาให้กำลังใจเสมอ ทั้งนี้ ตนอยากบอกว่า ตนเป็นคนเสื้อแดงมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนใจ เลือกตั้งก็เลือกพรรคของคุณทักษิณเสมอ สมัยก่อนมีการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ตัวเอง ตนจะคอยอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งทุกครั้ง เฝ้าการขานนับคะแนน เพื่อที่การเลือกตั้งจะได้มีความเป็นธรรม และคอยสอดส่องว่าหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ ไม่มีการโกงคะแนนเลือกตั้ง ส่วนกรณีวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) พรรคเพื่อไทยจะมีการสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นั้น ในฐานะที่ตนเป็นโหวตเตอร์พรรคเพื่อไทย ตนชื่นชอบและชื่นชม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แต่หากมองสถานการณ์ตอนนี้ ตนก็อยากให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อดีต รมช.คลัง ได้รับการเลือกโหวตมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย และมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นอย่างดี จะได้มาทำนโยบายเพื่อปากท้องคนไทย ไปสู้บนเวทีเศรษฐกิจโลกได้ อย่างไรก็ตาม ในมุมองของตน นพ.ชลน่าย ก็มีความเก่ง คนในพรรคเพื่อไทยล้วนมีความเก่ง ความถนัดคนละแบบ

ป้าแต๊ว บอกอีกว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่พรรคเพื่อไทยจะได้คนรุ่นใหม่หลากหลายมาร่วมทำพรรค เพราะตอนนี้คนในพรรคก็อายุเยอะขึ้น แต่คนรุ่นใหม่มีการศึกษา และมีประสบการณ์ รวมถึงพร้อมเรียนรู้กับผู้อาวุโสในพรรค เรียนรู้กับคนในพรรค ตนมองว่า การรู้เขารู้เราเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรู้ดีเอ็นเอรากของพรรคด้วย ไม่ใช่เข้ามาอยู่แล้วก็เปลี่ยนพรรคไปเรื่อยๆ

ด้าน ป้าหลิน คนเสื้อแดง อายุ 80 ปี เผยว่า ตนเคยพักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียม ออนป้า ทาวเวอร์ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 แต่ปัจจุบันบันย้ายบ้านไปอยู่แถวสนามบินสุวรรณภูมิ โดยวันนี้ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจ และนำมะม่วงหาวมะนาวโห่ มาฝาก น.ส.พินทองทา กับสามี รวมทั้งคนเสื้อแดงที่มาในวันนี้ด้วย ซึ่งตนมาเป็นครั้งที่ 2 จากครั้งแรกช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนั่งแอร์พอร์ตลิงค์มาต่อรถสาธารณะและเดินทางมาเพียงคนเดียว

ป้าหลิน เผยอีกว่า ตนชื่นชอบนายทักษิณ อดีตนายกฯ เพราะครอบครัวได้รับสิทธิบัตรทองดูแลรักษาสุขภาพมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยความรู้สึกส่วนตัวมองว่าอดีตนายกฯ เป็นคนช่วยเหลือประชาชน และดีกับทุกคนแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งชาวบ้านสัมผัสได้ ตนรู้สึกเสียใจที่ต้องมาอยู่ในเรือนจำฯ และจะเดินทางมาให้กำลังใจแล้วแต่โอกาส

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรในช่วงหลังมานี้มีจำนวนน้อยลงกว่าช่วงแรก รวมถึงการเปิดเครื่องเสียงเพลงประกอบดนตรีด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ก็ไม่มีแล้ว .

แท็กที่เกี่ยวข้อง