“สว.นพดล” ยัน กมธ. ไม่รีบสรุปเลิก MOU43-44 ขยายเวลาศึกษา 90 วัน ชี้ปฏิญญาใหม่ไทย-กัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อไทย

การเมือง27 ต.ค. 2568 • 13:30 น.
“สว.นพดล” ยัน กมธ. ไม่รีบสรุปเลิก MOU43-44 ขยายเวลาศึกษา 90 วัน ชี้ปฏิญญาใหม่ไทย-กัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อไทย

“กมธ.วุฒิฯ”ตัดสินใจ ยังไม่ฟันธง ชี้ขาดการยกเลิก MOU 2543 -2544 “สว.นพดล” ขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 90 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนและรอบด้าน ชี้การตัดสินใจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง ยันปฏิญญาร่วมไทย-กัมพูชาเป็น "จุดเริ่มต้นที่ดี" เชื่อมั่นว่าการมีสหรัฐอเมริกาและ 11 ชาติอาเซียนเป็นสักขีพยาน จะทำให้กัมพูชา ละเมิดข้อตกลงได้ยากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก

วันที่ 27 ต.ค.2568 เวลา 11.40 น.ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก เอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แถลงว่า ผลการประชุมกมธ.ยังไม่ได้ข้อสรุปควรยกเลิกเอ็มโอยู 43 และ44 หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน การตัดสินใจทางใดย่อมส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงต้องดูให้รอบคอบ รอบด้าน ไม่มีอคติ ใช้อารมณ์ การจะคงอยู่ ปรับปรุง ยกเลิกต้องมีเหตุผลและแนวทางให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป ถ้าหากยกเลิกต้องคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศว่า ขัดต่อข้อใด เหตุใดต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่าผลการศึกษาของกมธ.จะทันต่อการทำประชามติของรัฐบาลหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า การขยายกรอบเวลาพิจารณาของกมธ.ออกไปอีก 90วัน หากดำเนินการเสร็จก่อนจะรายงานต่อวุฒิสภาทันที ระหว่างการศึกษา กมธ.จะพยายามให้ข้อมูลประชาชนมากที่สุดถึงข้อดีข้อเสียเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ มั่นใจข้อมูลที่ได้จากกมธ.เป็นประโยชน์ และส่งผลต่อการตัดสินใจว่า จะคงอยู่หรือยกเลิกเอ็มโอทั้ง 2 ฉบับ

“ส่วนการลงนามปฏิญญาระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มาเลเซียเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เชื่อว่ากัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงได้ยากขึ้น เพราะเป็นปฏิญญาที่ปรากฏต่อสหรัฐอเมริกาและอาเซียน 11 ประเทศเป็นสักขีพยาน นอกจากเป็นประโยชน์ต่อไทยแล้ว ยังเป็นประโยชน์เรื่องภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก”นายนพดล กล่าว