ไม่เข็ดใช่ไหม? สว.ยิงตรง! ร่าง “แก้รธน.ปชน.” สุ่มเสี่ยงแตะ “หมวด 1-2” จ่อฟ้องศาลยุบพรรคซ้ำ เหน็บหาชื่อพรรคใหม่ไว้เลย

การเมือง14 ต.ค. 2568 • 15:02 น.
ไม่เข็ดใช่ไหม? สว.ยิงตรง! ร่าง “แก้รธน.ปชน.” สุ่มเสี่ยงแตะ “หมวด 1-2” จ่อฟ้องศาลยุบพรรคซ้ำ เหน็บหาชื่อพรรคใหม่ไว้เลย

“ส.ว.พิสิษฐ์” อภิปรายสุดเดือด ไล่บี้ร่าง “แก้รธน.พรรคประชาชน” ลั่นชัดเนื้อหาเข้าข่ายขัดคำวินิจฉัยศาล เตือนซ้ำรอยยุบพรรค “ก้าวไกล” ลั่นชัดร่างแก้ไข รธน.มีเจตนาแตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 เจตนาซ่อนเร้นหรือ เหน็บเตรียมเปลี่ยนชื่อพรรคหรือไม่ ตั้งข้อสังเกตแรง! เปิดช่องให้ “ผู้นำจิตวิญญาณ” ที่ถูกตัดสิทธิกลับมานั่ง กมธ.ยกร่างฯ ได้หรือไม่

วันที่ 14 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3ฉบับ ของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา156 เพิ่มหมวด15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อมานายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายว่า สว.ส่วนใหญ๋ไม่คิดขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ และเคารพประชาชน 16 ล้านเสียง ที่ลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่ขอเน้นไปที่ร่างพรรคประชาชนที่สุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขอตั้งชื่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ใน 6 ประเด็นคือ 1.มีเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1และหมวด 2 อย่างชัดเจน สะท้อนผ่านเนื้อหาร่างแก้ไขมาตรา 256/26 อนุ 2 ที่ระบุว่า “การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ขอถามว่า วันนี้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมีการให้ใช่หรือไม่ จำเป็นต้องร้องขอพรรคประชาชนให้มีบทบัญญัติเช่นนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 2 ระบุว่า “ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เหตุใดจึงไม่เขียนว่า “รับรองให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พรรคประชาชนไม่เข็ดใช่หรือไม่ว่า พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคเพราะมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายให้สถาบันชำรุดทรุดโทรมหรืออ่อนแอ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256/25 อนุ2 แสดงเจตนาแก้ไขบทบัญญัติหมวด 1และหมวด 2 ในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ได้เตรียมหาชื่อพรรคใหม่หรือยัง การเขียนเช่นนี้มีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายอย่างชัดเจน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า 2.บันทึกหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนระบุว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เชื่อมโยงกับคณะรัฐประหาร ถูกรับรองโดยกระบวนการ ประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม เป็นการกล่าวหาเสียงประชาชน 16 ล้านคนที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญปัจจุบันนิยมเผด็จการ 3.การให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุ รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อาจเป็นเหตุให้มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้รัฐธรรมนูญขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงร่างพรรคเพื่อไทยก็มีความเสี่ยงเช่นกัน 4.สภาที่ปรึกษายกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องมีให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า 5.คุณสมบัติคณะกรรมาธิการยกร่างและสภาที่ปรึกษายกร่างรัฐธรรมนูญที่ยกเว้นให้ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาลงสมัครได้ กำลังเปิดโอกาสให้ใครบางคนเป็นกรณีพิเศษ หรือหางานทำให้ผู้มีบารมีนอกพรรค ผู้นำจิตวิญญาณของพวกท่านมาเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ 6.การลงคะแนนให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสองสภา ปัจจุบันสส.มี 500 เสียง สว.มี 200 เสียง หากสส.รวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ผ่านรัฐธรรมนูญได้เลย อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เกิดการถ่วงดุล 2 สภา และกำหนดให้พิจารณาวาระเดียว ขัดกับการพิจารณากฎหมายทั่วไปมี 3 วาระ

“หวังว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คงไม่มีเจตนานำ 2 คำนี้ออกไปคือ 1.ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 2.ไม่มีพฤติกรรมเป็นที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคำที่พวกท่านกลัวมากๆ เพียงเพราะช่วยเหลือใครบางคนให้กลับไปเป็นนักการเมืองและรัฐมนตรี”นายพิสิษฐ์ กล่าว