"โรม" ชี้ส่งหนังสือเชิญ ‘ธรรมนัส’ ไม่ใช่ ‘ธนดล’ แจงสัมพันธ์ ‘เบน สมิธ’ ลั่นรัฐบาลหน้าต้องปราบปรามคอลเซ็นเตอร์
‘โรม‘ ชี้ส่งหนังสือเชิญ ‘ธรรมนัส‘ ไม่ได้เชิญ ’ธนดล‘ แจงสัมพันธ์ ‘เบน สมิธ‘ บอก กมธ.มีข้อมูลเยอะเอี่ยวทุนเทา ลั่นพอเสียที่เล่นงานคนแฉคอลเซ็นเตอร์ ถามท่านทำเพื่อใคร หวังรัฐบาลหน้ามีมาตรการปราบปรามเชิงรุก
วันที่ 9 ต.ค.2568 13.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ว่า วันนี้ได้เชิญร้อยเอกธรรมนัส นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชิญในลักษณะที่เป็นตัวท่านเลย เขียนชัดเจนว่าให้มาด้วยตนเอง ดังนั้นการจะมอบท่านอื่นมาไม่สามารถตอบรับได้ ทราบเป็นหนังสือว่าร.อ.ธรรมนัสจะมอบให้ทีมทนายความมา จึงได้สั่งการให้กับเลขาฯ ว่าร.อ.ธรรมนัสต้องมาด้วยตนเองเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ผู้แทนหรือใครก็ตามเข้าประชุมได้ เนื่องจากไม่ใช่บุคคลที่ถูกเชิญ เรื่องง่ายมาก ตนเองเชิญร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้เชิญนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ทีมที่ปรึกษาของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เมื่อถามว่านายธนดล ระบุว่าได้รับหนังสือมอบอำนาจมีหนังสือแต่งตั้งชัดเจน นายรังสิมันต์ ชี้แจงว่าเราทำหนังสือเชิญให้มาเข้าร่วมการประชุม ร.อ.ธรรมนัส นางนฤมล และนายไชยชนกเป็นรัฐมนตรี เราก็ให้เกียรติท่าน จะให้ออกอำนาจเรียกทันทีก็อาจจะเกินความจำเป็น เพราะการใช้อำนาจเรียกปกติแล้วตามแนวทางที่ทำกันมาจะใช้ก็ต่อเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ ร้อยเอกธรรมนัสให้สัมภาษณ์ตลอดว่า พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ไม่เห็นมีเหตุความจำเป็นอะไรที่จะใช้อำนาจเรียกที่จะต้องขอมติที่ประชุม กมธ.การออกหนังสือเชิญถือเป็นการทอดไมตรีให้ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงเอง เนื่องจากมีคนเข้าใจท่านผิดเยอะ ท่านจะได้ชี้แจง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านถึงไม่มาหากไม่มา วันนี้มีเหตุผลพอฟังแล้วอธิบายได้คือ ติดภารกิจอะไรแล้วจะมาเมื่อไร มีความจำเป็นที่จะต้องบอกเรา เราจะได้จัดการให้ กมธ.พร้อมอำนวยความสะดวกในวันที่เหมาะสม แต่วันนี้เราไม่ได้รับคำตอบอะไร ตนเองค่อนข้างแปลกใจ เพราะร.อ.ธรรมนัสเป็น สส.มาหลายสมัย น่าจะรู้ว่ากระบวนการของ กมธ.ทำงานอย่างไร ถ้าเป็นหนังสือเช่นนี้ก็ควรรู้ว่าไม่ควรจะส่งใครมา อย่างไรก็ตามจะมีการเชิญรอบที่สองแน่นอน โดยจะกำหนดวันเวลาอีกครั้งหนึ่ง
“นายธนดล กล่าวว่านายเบน สมิธ กับนายเบน ที่นายรังสิมันต์อภิปรายถึงเป็นคนละคนกัน เราต้องพิสูจน์กันเยอะ ข้อมูลที่เชื่อมโยงเบน สมิธ กับเงินทุนสีเทาที่อยู่ในกัมพูชามีหลายส่วน นายธนดล เป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษาของร.อ.ธรรมนัส พยามยกบริษัทเทียนเทียนเวนเจอร์ขึ้นมาพูด เบนจามิน เบอร์เจอร์ หากดูข่าวจะพบประวัติเกี่ยวข้องเยอะเริ่มต้นตั้งแต่ยุคปี 2000 หนึ่งในบริษัทที่ถูกเชื่อมโยงชื่อบริษัทเบอร์เจอร์ซิเคียวริตี้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นบริษัทคอลเซ็นเตอร์รุ่นดั้งเดิม”นายรังสิมันต์ กล่าว และว่า บางครั้งคนที่กระทำผิด ไม่ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงอยู่แล้ว จึงต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ปัญหาคือคดีนี้ กลต.แจ้งว่าอยู่ในชั้นอัยการตั้งแต่ปี 2564 กมธ.ถามว่ามีสิ่งที่พอชี้ชัดหรือพิสูจน์เรื่องนี้ได้ เช่น ลายนิ้วมือ ซึ่งหน่วยงานระบุว่าอยู่ระหว่างการแสวงหา และเราไม่ทิ้งประเด็นนี้ เพราะจุดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับหลายกระบวนการคือธนาคาร BIC Bank ร.อ.ธรรมนัสอธิบายได้หรือไม่ว่า ทำไมเพื่อนของนายเบน สมิธถึงไปปรากฏที่ธนาคาร BIC
“ถ้าจะดิสเครดิตผม ท่านต้องมีข้อมูลมากกว่านั้น การดำเนินการทางกฎหมายมีข้อมูลที่ชี้ชัด เริ่มกระบวนการที่จะดำเนินการไปสู่การเอาผิดเขาอีกเรื่องหนึ่ง แต่ท่านปฏิเสธ จะยอมรับหรือไม่ว่า ทุนสีเทาจะยึดประเทศ ท่านไม่ทำอะไร อาจจะบอกว่าไม่มีหน้าที่ แต่วันนี้ท่านกำลังจะใช้ทุกวิถีทางไม่ให้ความร่วมมือกับ กมธ. ให้คณะทำงานพยายามมาฟ้องปิดปากผม ในสิ่งที่ผมพยามออกมาแฉ ผมทำหน้าที่อย่างไม่เกรงกลัวใคร อยากให้ประชาชนตื่นตัวเพื่อนำไปสู่การปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้แต่รัฐบาลหน้าไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งจะต้องมีนโยบายปราบปรามเชิงรุกกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ พอเสียทีกับการเล่นงานคนที่ออกมาเปิดโปง ไม่ต่างกับการที่ท่านรู้เห็นจัดการกับคนที่ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ไม่รู้ว่าท่านทำเพื่อใคร”นายรังสิมันต์ กล่าว
#โรม #ธรรมนัส #ธนดล #เบนสมิธ #คอลเซ็นเตอร์ #ปราบปราม #การเมืองไทย #รังสิมันต์โรม