อดีตรองผอ.ข่าวกรองยกคดี 'พธม.-นปช.-กปปส.' เดินช้ามาก เตือนม็อบ
นันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า "กลับบ้านเถอะลูก"
ม็อบไร้แกนนำ ที่ออกมาชุมนุมดาวกระจายปิดล้อมจุดต่างๆใน กทม.และปริมณฑล ทำเถอะถ้าคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ
แต่อยากแสดงความห่วงใยถึงความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีของไทยในเวลานี้ มันทันสมัยล้ำหน้ามหาอำนาจแล้ว แกนนำไม่มีตัวตน ทุกคนปฏิเสธการเป็นแกนนำ แต่ทุกคนที่มาชุมนุมรอรับคำสั่งจาก Sky Net เหมือนหนังฝรั่ง ที่ระบบ Sky Net จะสั่งการมนุษย์ให้ทำสิ่งต่างๆผ่านระบบคอมพิวเตอร์ นั่นหมายความว่า ผู้ชุมนุมสละสิทธิความเป็นมนุษย์ที่เป็นวิญญูชนคิดเองเป็นคิดเองได้ กลายเป็นทาสคอมพิวเตอร์บนแอฟมือถือแทนเสียแล้ว ทันสมัยจริงๆประเทศไทย
ความจริงทุกคนมาที่ชุมนุมรู้ว่า มีแกนนำ แต่แกนนำไม่อยากรับผิดชอบ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น พูดง่ายๆ ใครโง่ถูกจับ ถูกดำเนินคดีก็ชั่ง แต่แกนนำไม่โดนจับ แฟรซม๊อบแบบนี้ ก็ดีมาเร็วไปเร็ว มาโห่มาเฮ กลับบ้านไม่ดึกผู้ปกครองจะได้ไม่ห่วง
แต่ต้องจำไว้นะ เตือนด้วยความเป็นห่วง หากใครตกเป็นผู้ต้องหา ถูกดำเนินคดี ถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ ถูกสอบปากคำ คดีมันจะเดินหน้า กระบวนการทางคดีจะกินเวลานานมาก คดีพันธมิตร กปปส.หรือนปช. คดีเดินช้ามาก เรียนจบสมัครทำงาน คดีอาจยังไม่จบ จะไปสมัครเข้าทำงานที่ไหน นายจ้างอาจต้องขอประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ ทีนี้แหละมีปัญหาทันที นายจ้างบางคนอาจไม่อยากรับคนมีคดีเข้าทำงาน หรือคนที่ประวัติอย่างนี้เข้าทำงาน จะเสียอนาคต
ประการสำคัญ อีแอบชนะรัฐบาลแพ้ อีแอบได้เป็นนายก แต่เยาวชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาต้องขึ้นศาลเดียวดายกับทนายและญาติ อีแอบไม่ดูดำดูดีหรอก ไม่เชื่อลองถามอดีตเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำได้
สุดท้าย ด้วยความห่วงใย ตรวจตัวเองด้วยหากมีอาการไข้ อาจไม่ใช่หวัดจากโดนฝนหรือโดนน้ำฉีดจากตำรวจ การระบาดโควิดรอบสองกำลังมาเคาะประตูเมืองไทย
ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจากNantiwat Samart