“เสรินทร์ แก้วพิจิตร” ตั้งเป้ามากลับมานั่งนายกเล็กนครนครปฐม “รองเอ” นำคนรุ่นใหม่ประกาศล้มช้างเจ้าของพื้นที่เดิม

การเมืองท้องถิ่น24 มี.ค. 2564 • 08:20 น.
“เสรินทร์ แก้วพิจิตร” ตั้งเป้ามากลับมานั่งนายกเล็กนครนครปฐม “รองเอ” นำคนรุ่นใหม่ประกาศล้มช้างเจ้าของพื้นที่เดิม
ศึกชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครนครปฐม คึกคัก “นายกเสรินทร์” หวนคืนสนามปัดฝุ่น 8 ปี หวังกลับมานั่งในตำแหน่ง ฐานทัพของตระกูลแก้วพิจิตร อีกครั้ง วางนโยบาย 9 ต้องทำ 5 พัฒนนา อีกฟาก “รองเอ” อดีตรองนายกฯ สมัยล่าสุด หวังนำนโยบายเปลี่ยนเมือง มาล้มช้าง ใครดีใครอยู่ 28 มีนาคมนี้รู้เรื่อง บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีและมาชิกสภาเทศบาลเทศบาลนครนครปฐม ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งบรรยกาศเป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจากผู้สมัครทั้ง 2 ทีม ซึ่งเป็นผู้สมัครที่เป็นกลุ่มการเมืองเก่าแก่ของจังหวัดนครปฐม ต่างขนทีมงานเดินลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อโกยคะแนนจากประชาชนในพื้นเพื่อหวังเข้าวินสู่ชัยชนะในวันสุดท้าย โดยนายเสรินทร์ แก้วพิจิตร หรือ นายกเสรินทร์ ผู้สมัครนายกเทศมนตนครนครปฐม หมายเลข 2 เป็นแม่ทัพในการนำสมาชิก 24 คน ลงสนามเลือกตั้ง ภายในนามกลุ่มสันติธรรม ซึ่งในอดีตเคย นั่งในเก้าอี้นี้มาแล้วถึง 2 สมัย หลังจากได้วางมือไปแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับมอบหมายจาก นายสุนทร แก้วพิจิตร อดีตประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม ผู้เป็นบิดาให้กลับมาชิงชัยอีกครั้ง โดยมีฐานเสียงหลักที่ ตระกูลแก้วพิจิตร ได้สร้างเอาไว้เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ซึ่งยังคงเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน นโยบายหลัก ที่นายเสรินทร์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้นำมาใช้เป็นกลยุทธในการหาเสียงครั้งนี้ ได้วางแนวคิด 9 ที่ต้องทำ คือ 1.การบริการต้องฉับไว 2.น้ำปะปาต้องใสและไหลแรง 3.ไฟต้อสว่างทางดี 4.ชุมชนต้องสะอาดและงามตา 5.คลองเจดีย์บูชาต้องช่วยกันดูแล ต้องสะอาดละงามตา 6.สุขภาพต้องมาก่อน 7.สถานที่ออกกำลักายต้องเพียงพอ 8.น้ำต้องไม่ท่วม 9.การศึกษาทุกระดับต้องได้รับการยอมรับ และ 5 สิ่งที่ต้องพัฒนา 1.การบริการพี่น้องประชาชนไปสู่มืออาชีพ 2.พัฒนาไปสู่เมือง IT 3.พัฒนาภูมิทัศน์ไปสู่เมืองน่าอยู่อาศัย 4.พัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยทุกกลุ่มวัย 5.พัฒนาสถานที่ออกกำลังกาย การกีฬา ไปสู่ Sport Tourism ซึ่งในโค้งสุดท้ายนี้ได้มีการตอกย้ำนโยบายว่าสามารถทำได้จริง และทำได้ทันทีรวมถึงการปรับทัพของผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครนครปฐม โดยมีการผสมผสานระหว่างนักการเมืองที่เคยทำงานมาแล้วและคนรุ่นใหม่ที่มีเจตนาและแนวคิดตรงกันมาทำงานร่วมกันซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารงานให้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้สนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น และมีแนวคิดที่จะสร้างอนาคตด้านคุณภาพชีวิตซึ่งการเมืองท้องถิ่นเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาในทุกมิติและเป็นจุดรากฐานที่สำคัญของการเมืองในระดับชาติ ขณะที่คู่แข่งขันแม้จะเป็นคนหน้าใหม่ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่ก็เป็นคนหน้าเก่าสำหรับการทำงานการเมืองในเทศบาลนครนครปฐม เมื่อ นายรัฐการ พรรณพัฒน์ หรือรองเอ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครนครปฐม สมัยที่ผ่านมา ผู้สมัคร หมายเลข 1 ได้นำลูกทีมมาร่วมลงแข่งขันในสนามนี้ครบทั้ง 24 ในชื่อกลุ่ม ร่วมพลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานของคนในหลายแวดวงในพื้นที่ ซึ่งได้ใช้แนวคิดว่า "ร่วมพลังเปลี่ยนนครปฐมไปกับพวกเรา" ส่วนนโยบายของ นายรัฐการ หรือรองเอ คือ การเปลี่ยน ซึ่งวางแนวคิดว่า นครปฐม เป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีเสน่ห์ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกถูกปล่อยทิ้งเหมือนบ้านที่ไม่ได้รับการดูแล การก่อสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพไม่น่ามอง สายไฟรุงรัง ทางเท้าไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง มีการทิ้งขยะไม่เป็นที่ รากไม้บดบังท่อระบายน้ำ ทางเดินคนพิการไม่เพียงพอ สถานที่ออกกำลังกายไม่มากพอ และทุกครั้งที่ฝนตกมักจะมีเสียงบ่นเรื่องน้ำท่วมเมือง สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไข และได้มีการนำทีมวิศวกรรวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านผังเมืองมาร่วมวางแผงเพื่อแก้ปัญหาและมีการปรับแก้น้ำในคลองเจดีย์บูชาให้กลับมาสวยใสเหมือนเดิม ซึ่งรวมเรียกว่า การเปลี่ยนเมืองนครปฐม จากสิ่งที่เคยเป็น ในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงในเขตเทศบาลนครนครปฐม จึงเป็นสนามที่เรียกว่าถูกจับตามากที่สุดในสนามการเมืองระดับท้องถิ่นครั้งนี้ ว่าตระกูลแก้วพิจิตร จะสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกสมัยหรือไม่ เพราะตั้งแต่มีการยกระดับการเมืองท้องถิ่นในเขตเทศบาลนครนครปฐม ตระกูลแก้วพิจิตร ยังไม่เคยเพี่ยงพร้ำ เสียเก้าอี้ให้กับกลุ่มการเมืองใดเลย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการแสดงจุดยืนของประชาชนในเขตเทศบาลนครนครปฐม ที่ชัดเจนอีกครั้งว่าใครที่จะสามารถก้าวเข้ามานั่งในตำแหน่งนายกเล็กเมืองเจดีย์ใหญ่ ซึ่งจะเป็นนายเสรินทร์ ผู้ที่มีประสบการณ์การบริหารงานมาแล้ว หรือจะเป็นนายรัฐการ หรือรองเอ ที่ตั้งเป้าจะมาล้มช้างในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ วันที่ 28 มีนาคมนี้ รู้กัน ++++++++++++++