กกต.โคราช จัดเข้มป้องโควิดรับสมัครเลือกตั้งเทศบาล 90 แห่ง สนาม ทน.“สุรวุฒิ” ลูก "เจ้เกียว" เว้นวรรค
กกต.โคราช จัดเข้มป้องโควิดรับสมัครเลือกตั้งเทศบาล 90 แห่ง สนาม ทน.“สุรวุฒิ” ลูก "เจ้เกียว" เว้นวรรค “สุวัจน์” ชพน.ส่ง “ประเสริฐ” อดีต รมว.อุตสาหกรรม ลงชิงชัย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.พ.64 พันตำรวจโทระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด (ผอ.สนง.กกต.จ.) นครราชสีมา เปิดเผยการเตรียมการเปิดรับรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) และนายกเทศมนตรีจำนวน 90 แห่ง แยกเป็นเทศบาลนคร (ทน.) 1 แห่ง เทศบาลเมือง (ทม.) 4 แห่ง และเทศบาลตำบล (ทต.) 85 แห่ง ในพื้นที่ 31 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ยกเว้นอำเภอเทพารักษ์ที่ไม่มีเทศบาล โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 6 แสนคน ตั้งเป้าหมายมีผู้มีใช้สิทธิ 70 %
ภาพรวมทุกเทศบาลได้ซักซ้อมความพร้อมและบุคลากรส่วนใหญ่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 จึงไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากว่างเว้นการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายปี คาดการณ์จะมีผู้สมัครจำนวนมากและแข่งขันสูงกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประกอบกับอยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติมีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้กำชับให้ประธาน กกต.ท้องถิ่น เพิ่มความเข้มมาตรการเฝ้าระวัง ป้องและควบคุมโรคติดต่อร้ายแรงให้เคร่งครัด ทั้งคัดกรองและจัดระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความแออัดในระหว่างยื่นเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามจนถึงการจับเบอร์โดยให้เฉพาะว่าที่ผู้สมัครนายกและผู้ติดตาม 1 คน รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร สท.ที่สามารถเข้าไปในพื้นที่รับสมัครได้เท่านั้น
“ฝากถึงบรรดาว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งให้ตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามของตนเองให้ครอบคลุมและครบถ้วน หากมีข้อสงสัยให้สอบถาม กกต.ท้องถิ่น ประจำเทศบาลนั้นๆ เมื่อสมัครแล้วคุณสมบัติต้องห้าม เมื่อถูกตัดสิทธิแล้งยังถูกดำเนินคดีมาตรา 120 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ได้กำหนดบทลงโทษผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี” ผอ.สนง.กกต.จ.นครราชสีมา กล่าว
บรรยากาศสนามการเลือกตั้งเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ซึ่งมีงบบริหารจัดการต่อปี 1,600 ล้านบาท มากที่สุดในบรรดาเทศบาลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นอันดับ 8 ของประเทศไทย ทันทีที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายก ทน. ฯ หลายสมัยและหัวหน้ากลุ่มประสานมิตรพัฒนา ได้เว้นวรรคการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากต้องดูแลสุขภาพ “เจ้เกียว” นางสุจินดา เชิดชัย ผู้เป็นแม่วัย 83 ปี ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้งรวมทั้งธุรกิจต่อรถโดยสารของครอบครัว ท่ามกลางกระแสข่าวระบุมีปัญหากับพี่ชาย นายอัสนี เชิดชัยและเงื่อนไขทางการเมืองกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ปรากฏได้รับความสนใจจากนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นรวมทั้งนักธุรกิจ เป็นอย่างมาก แต่ความชัดเจนก่อนถึงวันเปิดรับสมัครเลือกตั้งไม่ถึง 10 วัน และไม่มีเค้าลางมาก่อน การเตรียมพร้อมการหาเสียงในพื้นที่ 37.5 ตารางกิโลเมตร จำนวนผู้มีสิทธิประมาณ 97,000 คน ไม่สามารถดำเนินการได้ทันการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มก้าวหน้านครราชสีมา ได้สรรหาและทาบทามคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อม ความเหมาะสมมาเป็นผู้สมัครนานร่วม 2 ปี ทุกคนขยาดนายสุรวุฒิ แชมป์เก่า จึงปฏิเสธกันถ้วนหน้า เมื่อได้รับการยืนยัน “สุรวุฒิ” ไม่ลงสมัคร ได้ติดต่ออดีต สท.กลุ่มประสานมิตรพัฒนาและคนรุ่นใหม่มารวมกลุ่มลงสมัคร ล่าสุดนายธนาคม วิมลวัตรเวที อดีตประธานสภา ทน.นครราชสีมา ที่มีความเหมาะสมเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก ฯ ปฏิเสธอ้างปัญหาครอบครัว ความพยายามตั้งกลุ่มที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่และไม่เอาเผด็จการนับหมื่นคนต้องฝันค้าง
มีแต่กลุ่มโคราชเพื่อโคราช นำโดย “หมอโจ้” เภสัชกรจักริน เชิดฉาย อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาและประธาน กปปส.นครราชสีมา ได้นำมวลชนชาวโคราชนับหมื่นคน เป่านกหวีดชัดดาว์นปิดศาลากลางและสถานที่ราชการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เปิดตัวมากว่า 3 ปี เพื่อเปลี่ยนแปลงโคราชทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ชุมชน การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ชูจุดขายไม่กินสินบน ไม่มีตังค์ทอน ทุกโครงการทำได้และทำได้ดีด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “โคราช ชาติพัฒนา” รักจริงไม่ทิ้งกัน นายสุวัจน์ ฯ ได้ส่งนายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต รมว.อุตสาหกรรม ลงสมัครนายก ฯ ส่วนว่าที่ผู้สมัคร สท. จำนวน 24 คน ได้รวบรวมอดีต สท.กลุ่มประสานมิตรพัฒนา อดีต สท.กลุ่มเพื่อประชาของนายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ หรือตี่น้อย ไทยสงวน รวมทั้งทายาทและบริวาร เด็กฝากของนักการเมืองระดับชาติ ท้องถิ่น นายทหารและหัวหน้าส่วนราชการ และบิ๊กเซอร์ไพรส์ “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” นายอัคคชา พรหมสูตร อดีตผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารพรรคประชาชาติและสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง หัวหน้ากลุ่มโคราชมหานคร ประกาศพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ชีวิตความเป็นของอยู่ของชาวเทศบาลนครให้ดีขึ้น 28 มีนา บอกลาการเมืองเก่า ถือเป็นกลุ่มที่มีสีสันได้รับความสนใจค่อนข้างมาก ล่าสุด อดีต สท.ประสานมิตรพัฒนา ที่อกหักจาก ชพน. ได้ขอเข้าร่วมกลุ่มซึ่งมีว่าที่ผู้สมัคร สท. หญิงที่ใช้นามสกุลเดียวกันกับอดีตนายก ทน.นครราชสีมา หลายสมัย