พรรคพลังท้องถิ่นไท ยื่นมท.1 แก้ระเบียบฝึกอบรมท้องถิ่น ปรับค่าใช้จ่ายให้ทันสมัย สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรม เวย์โฮเทล พัทยา จ.ชลบุรี นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมด้วย นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังท้องถิ่นไท และนายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท ยื่นหนังสือต่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยเสนอปรับปรุงระเบียบ ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ.2557 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯได้รับการร้องขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ขอให้พรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งมีนโยบายเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง พิจารณาประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนบัญชีหมายเลข 4 แนบท้ายระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ.2557 ซึ่งขยายความในหมวด 2 ส่วนที่ 2 ค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ ข้อ 28 (2) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว เนื่องจากบัญชีหมายเลข 4 แนบท้ายระเบียบดังกล่าวได้ออกบังคับใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2550 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549 แม้ต่อมากระทรวงมหาดไทยจะยกเลิกระเบียบนี้โดยตราระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ.2557 ขึ้นใช้แทนแต่ก็มิได้ทบทวนหรือแก้ไขบัญชีหมายเลข 4 แนบท้ายระเบียบใหม่แต่ประการใด
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นว่า บัญชีหมายเลข 4 ดังกล่าวได้บังคับใช้มาเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี ด้วยภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าจ้างขั้นต่ำได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมในปี 2550 อยู่ระหว่าง 175-221 บาท มาเป็น 315-336 บาท ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (ฉบับที่ 10) เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับฝึกอบรมเพิ่มสูงจากอดีตกว่า 90% ดังจะเห็นได้จากการจัดฝึกอบรมของหน่วยงานของรัฐต่างๆ อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงมหาดไทย หรือสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ไม่สามารถจัดเก็บค่าลงทะเบียนได้เท่าหรือต่ำกว่า บัญชีหมายเลข 4 แนบท้ายระเบียบดังกล่าวได้ ฉะนั้น จึงจะเห็นได้ว่า การที่กระทรวงมหาดไทยยังคงอัตราค่าลงทะเบียนฝึกอบรมกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานอื่นที่มิใช่หน่วยงานของรัฐจัดนั้น จึงไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งกระทรวงการคลังได้แก้ไขหลักการดังกล่าวตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2555 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2555 เป็นต้นมา โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม เบิกค่าใช้จ่าย ค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดการฝึกอบรมเรียกเก็บ
“ในการนี้ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้ดุลยพินิจในการจัดส่งบุคลากรในสังกัดเข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานอื่นที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเพื่อพัฒนาบุคลากรของตนเองได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมตลอดจนให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2555 สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย จึงขอความอนุเคราะห์จากพรรคพลังท้องถิ่นไท พิจารณาประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการยกร่างบัญชีหมายเลข 4 แนบท้ายระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ.2557เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยและนำไปสู่การแก้ไขโดยเร็วต่อไป” นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าว
++++++++++++++++++++