ใครจะเข้าวิน โค้งสุดท้ายศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.ตาก 4 ผู้สมัคร ลุ้นถึง “ชิงดำ ยึดธงชัย”

การเมืองท้องถิ่น14 ธ.ค. 2563 • 06:01 น.
 ใครจะเข้าวิน โค้งสุดท้ายศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.ตาก  4 ผู้สมัคร ลุ้นถึง “ชิงดำ ยึดธงชัย”
วันนี้สนามเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ตาก-และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.ตาก) ทั้ง 30 เขต ได้มาถึงโค้งสุดท้ายในการหาเสียงแล้ว ก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 ซึ่ง จังหวัดตาก หรือเมืองระแหง แผ่นดินสี่มหาราช มี 9 อำเภอ อ.เมืองตาก-แม่สอด-บ้านตาก-พบพระ-แม่ระมาด-สามเงา-วังเจ้า-ท่าสองยาง- และ อ.อุ้มผาง เดินทางมาถึงวัน "ชิงธง" ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้า 100 เมตรสุดท้าย ได้มีการแข่งขันต่อสู้อย่างดุเดือดเร้าใจ ทุกกลุ่ม ฝ่าย ต่างเอาใจประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนทุกรูปแบบ คอการเมืองรวมทั้งคนเมืองตากได้ติดตาม การหาเสียงแบบใจจดใจจ่อลุ้นระทึกจนถึงวันหย่อนบัตรลงคะแนน นายก.อบจ.ตาก มีผู้สมัครเข้าชิงชัย 4 รายประกอบด้วย 1.นายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ “นายกณัฐวุฒิ” อดีตนายก.อบจ.ตาก หมายเลข 1 กลุ่มพัฒนาตาก 9 อำเภอ 2.นางศิริกุล อนุตรพงศ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดตาก พรรคไทยรักษาชาติ หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย-ตากก้าวหน้า ผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงรายเดียว ที่ชูสโลแกน ให้ผู้หญิงไปทำงาน เมืองตาก ต้องการผู้หญิงเป็น นายกอบจ.หญิงคนแรก 3.นายคริษฐ์ ปานเนียม หรือ “เหยี่ยว ตากซิตี้” หมายเลข 3 คณะก้าวหน้า และ 4.นายดิฐชัย ฉันติกุล หรือ “รองเส็ง” อดีต รองนายก.อบจ.ตาก หมายเลข 4 จาก #กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาชน ก่อนหน้านี้ในช่วงออกสตาร์การหาเสียงตอนแรกจะเห็นได้ว่า นายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ “นายกณัฐวุฒิ” เบอร์ 1 อดีต นายก.อบจ.ตาก ออกตัวได้รวดเร็วกว่า ผู้สมัครคนอื่น จากการเป็นนายกมายาวนานร่วม 8 ปี มีชาวบ้านรู้จักมากมาย มีผลงาน และมีทีมงาน กระจาย ทุกพื้นที่ ประกอบกับมีลูกชายคนโตเป็น สส.ตาก เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ) และลูกชายคนรองเป็นนายกเทศมนตรีเมืองตาก(นายอนันทชัย ทวีเกื้อกูลกิจ) มีฐานเสียงหนาแน่นตามพื้นที่ต่างๆ แต่พอผู้สมัครรายอื่นๆ ได้เริ่มเดินลงพื้นที่หาเสียง แนะนำตัวเอง ทำให้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมากระแสของคู่แข่งได้เริ่มจี้ติดมาอย่างกระชั้นชิด ทั้งนายคริษฐ์ หรือเหยี่ยว ตากซิตี้ เบอร์ 3 คณะก้าวหน้า ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักศึกษา นักเรียน กลุ่มวัยรุ่น อายุระหว่าง 18- 25 ปี และวัยเริ่มทำงาน วัยที่กำลังเติบโตในวงการต่างๆ ได้ให้ความนิยมชมชอบเป็นจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ จากสโลแกนที่บอกว่า เปลี่ยนจังหวัดตาก และนโยบายที่นำเสนอใหม่ๆ ทำให้กระแสเสียงของนายคริษฐ์ ดีวันดีคืน ประกอบกับยังได้กระแสมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวปากะญอ-ม้ง –มูเซอ ฯลฯ) เนื่องจากคณะก้าวหน้าตาก ได้นำผู้มีชื่อเสียงของกลุ่มคนชาติพันธุ์มาร่วมทีมงานหลายคน นอกจากนี้ผู้สมัคร หมายเลข 4. นายดิฐชัย ฉันติกุล หรือรองเส็ง # ก้าวต่อไปเพื่อประชาชน ก็ขยันลงพื้นที่อย่างหนัก เดินทางวันละหลายร้อยกิโลเมตรต่อวัน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชน ในแต่ละอำเภอ สู้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดิฐชัย หรือเส็ง ได้เดินทางลงพื้นที่พบชาวบ้านมาทุกอำเภอ และก็ได้รับความนิยมชมชอบจากกลุ่มชาติพันธุ์เช่นกัน โดยมีแนวคิดที่จะอาสามาลงสมัคร นายกอบจ.ตาก มาหลายปี ด้วยความตั้งใจที่มีแนวคิดมายาวนาน ทำให้เรียกคะแนนเห็นใจมาได้อย่างมาก ประกอบกับเคยมีผลงานไม่น้อยสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รองนายกอบจ.ตาก คุมสำนักงานช่างและโยธาธิการ อบจ. ระหว่างปี 2547-2551 ซึ่งในสมัยนั้นมีนายชิงชัย ก่อประภากิจ “นายกเคี้ยง” เป็นนายกอบจ.ตาก ทำให้ในช่วงก่อนเข้าโค้งสุดท้าย กระแสหรือคะแนนเสียงของนายดิฐชัย เบอร์ 4 ตีตื้นมาเคียงๆ นายณัฐวุฒิ เบอร์ 1 และนายคริษฐ์ เบอร์ 3 แบบไม่ทิ้งห่าง ซึ่งในช่วงก่อนเข้าโค้งสุดท้ายนั้นต่างฝ่ายต่างเบียดกันชนิดห้ามกระพริบตา แต่อย่าลืมว่าทุกคนก็ประมาทผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ตากก้าวหน้า นางศิริกุล อนุตรพงศ์ เบอร์ 2 ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะล่าสุดขณะนี้จากการที่นางศิริกุล ชูความเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงสมัคร และให้โอกาสผู้หญิงทำงานเป็น นายกอบจ.ตาก คนแรก ทำให้คะแนนนิยม คะแนนสงสาร กระแสเสียงได้เริ่มทะยานขึ้นตามมาอย่างไม่ลดละ ด้วยความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงาน จุดนี้ทำให้ นางศิริกุล เบอร์ 2 เรียกคะแนนจากกลุ่มผู้หญิงให้มาช่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ประกอบกับยังได้ทีมงานจากที่เคยช่วยหาเสียงในครั้ง ลง สส.ตาก เขต 3 มาช่วยอีกแรง ควบคู่กับทีมผู้สมัคร ส.อบจ.ตาก ในเขตต่างๆ ที่ นางศิริกุล ส่งผู้สมัครลง ส.อบจ.ไม่น้อยกว่า 10 คน 10 เขต จุดนี้ก็ช่วยสร้างคะแนนเสียงให้ไม่น้อย สำหรับในส่วนของ ผู้สมัคร ส.อบจ.ของแต่ละกลุ่ม ใน 30 เขต นั้นคาดว่าทุกกลุ่มจะได้ ส.อบจ. เข้าสภา กระจายกันไปในแต่ละเขต โดยมาจากกลุ่มพัฒนาตาก 9 อำเภอ กลุ่ม # ก้าวต่อไปเพื่อประชาชน คณะก้วหน้า และพรรคเพื่อไทย ตากก้าวหน้า ตามลำดับ ในช่วงเข้าโค้งสุดท้ายคอการเมือง นักวิเคราะห์นักวิจารณ์การเมือง กองเชียร์ และประชาชน ต่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ ถึงสนาม อบจ.ตาก ในครั้งนี้ ด้วยแนวคิดที่หลากหลายแตกต่าง โดยเฉพาะกองเชียร์ทุกฝ่ายต่างก็มั่นใจว่าคนของตัวเองจะชนะศึกครั้งนี้ ส่วนคอการเมืองและนักวิเคราะห์วิจารณ์ ก็ยังไม่กล้าฟันธง ว่าใครจะเข้าวิน ทำให้อาจจะต้องรอไปถึงขั้น “ชิงดำ” ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ทางตรง 100 เมตร ที่ต้องเบียดเข้าเส้นชัย เพื่อยึดธงชัยในสนามท้องถิ่นเมืองตาก เข้าไปบริหาร อบจ.ตาก ++++++++++++++