- โฆษณา -

ราชบุรีโฮลดิ้งจับมือชุมชนปลูกสัก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

วัยใส-นิวเจน1 ก.ย. 2560 • 03:00 น.
ราชบุรีโฮลดิ้งจับมือชุมชนปลูกสัก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.9
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” และเพื่อร่วมอนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์ไม้มงคล “มเหสักข์” และ “สักสยามินทร์” ซึ่งเป็นต้นสักที่มีอายุยืนยาวและขนาดลำต้นใหญ่ที่สุดในโลก ให้คงอยู่สืบไป บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับ โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในโครงการ “พฤกษานุรักษ์ มเหสักข์ นวมินทรานุสร” ดำเนินการปลูกต้นกล้าสักที่ได้มีการเพาะเนื้อเยื่อขยายพันธุ์มาจากต้นสักมเหสักข์และสักสยามินทร์ จำนวน 5,520 ต้น คิดเป็นพื้นที่ 55 ไร่ ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่มีความเหมาะสม ทั้งในลักษณะพื้นที่และชุมชน ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการที่จะร่วมกันดูแลบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องในจังหวัดเชียงใหม่ คือ ตำบลกึ้ดช้าง อำเภอแม่แตง จำนวน 2,800 ต้น ตำบลหางดง อำเภอฮอด จำนวน 1,100 ต้น และตำบลท่าเดื่อ-มืดกา อำเภอดอยเต่า จำนวน 1,600 ต้น และพื้นที่ปลูกเชิงสัญลักษณ์ในบริเวณ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)สำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 20 ต้น
บุญทิวา ด่านศมสถิต
บุญทิวา ด่านศมสถิต
บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา “ปลูกป่าในใจคน” มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการ “พฤกษานุรักษ์ มเหสักข์ นวมินทรานุสร” ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยปลูกจิตสำนึกประชาชนให้หันมาดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้โดยการปลูกต้นสักนี้
ไม่เพียงแต่เป็นการปลูกเพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างปอดขนาดใหญ่ที่จะเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับคนในชุมชน
เพราะเมื่อต้นสักเติบโตแล้วจะมีศักยภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าต้นไม้อื่น โดยต้นสักจำนวนทั้งหมดของโครงการมีความสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่ต่ำกว่า 137.5 ตันต่อปี (2.5 ตัน/ไร่/ปี) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน “ในการดำเนินงาน บริษัทฯจะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเตรียมแปลงปลูกสำหรับกล้าสักที่ทาง อพ.สธ. เพาะเนื้อเยื่อขยายพันธุ์ไว้ และเชิญชวนประชาชน หน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่นเข้ามีส่วนร่วมในการปลูกภายใต้งบประมาณจำนวน 2,450,000 บาท ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตามผลและดูแลบำรุงรักษาต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลา 5 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าต้นสักจะเติบโตแข็งแรงก่อนที่จะส่งมอบให้แก่ อปท. และชุมชนร่วมกันดูแลปกป้องผืนป่าให้เติบโตและรักษาพันธุ์ไม้หายากให้อยู่คู่กับท้องถิ่นต่อไป” บุญทิวากล่าว
เมือง - มิ้ง
เมือง - มิ้ง
ด้านสองตัวแทนเยาวชน มิ้ง – มลแสง แสงคำ และ เมือง – เมือง วงมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านแม่ตะมาน กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่มีโอกาสได้ปลูกต้นสัก “มเหสักข์” และ “สักสยามินทร์” เพราะเมื่อก่อนเคยได้ยินแต่ชื่อ ยิ่งพอมารู้ว่าเป็นพันธุ์ที่หายากด้วยแล้ว ทำให้รู้สึกว่าต้องช่วยกันอนุรักษ์และดูแลไม่ให้สูญหายไปจากป่า อยากฝากถึงเพื่อนๆว่า ให้ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ไม้ต่างๆที่มีพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้พันธุ์ไม้เหล่านั้นได้อยู่คู่กับป่า และอยู่กับประเทศของพวกเราอย่างยั่งยืน - ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ Suppaluck.51@gmail.com ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เพจ “สยามรัฐ สตรี-เยาวชน”