ครูชนบทย้ำเด็กไทยยังขาดวิตามิน ต้นทุนชีวิตต่างสู่ปัญหาสุขภาพที่ต้องเร่งแก้ไข

วัยใส-นิวเจน23 พ.ย. 2566 • 04:28 น.
ครูชนบทย้ำเด็กไทยยังขาดวิตามิน  ต้นทุนชีวิตต่างสู่ปัญหาสุขภาพที่ต้องเร่งแก้ไข

หากจะกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่เห็นได้อย่างชัดเจนหนีไม่พ้นเรื่อง “ต้นทุนชีวิต” ของเด็กชนบทในพื้นที่ห่างไกลที่มีฐานะยากจน ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดี และที่สำคัญคือขาดอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่นเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี ที่กำลังประสบปัญหาขาดภาวะทุพโภชนาการทำให้ร่างกายเติบโตไม่สมวัย ซึ่งทาง ซี-วิท ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เข้าช่วยเหลือด้วยการมอบเครื่องดื่มวิตามินซี “ซี-วิท มินิ” เพื่อเสริมวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

อรทัย บุญมา ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี
อรทัย บุญมา ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี

นางสาวอรทัย บุญมา ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า “เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริงมาจากกลุ่มครัวเรือนเปราะบาง ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ คือ ปัญหาด้านโภชนาการ ทั้งการได้รับอาหารไม่ครบทุกมื้อ และบางมื้อขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้าที่หลายครอบครัวเร่งรีบไม่มีเวลาเตรียมอาหาร ดังนั้น อาหารที่ได้รับในมื้อเช้าส่วนใหญ่จะเป็นขนมขบเคี้ยว น้ำหวาน อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้เด็กส่วนใหญ่เกิดภาวะเตี้ยแคระแกร็น หรือบางรายมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นโรคอ้วน นอกจากนี้เด็กๆ ยังขาดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย  

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของเด็กๆ ทางโรงเรียนได้ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะขามโพรง ตำบลพุสวรรค์ เข้ามาตรวจสุขภาพเด็กเป็นประจำทุกปี พร้อมปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยอาหารมื้อกลางวัน ทางโรงเรียนจะจัดสรรเมนูอาหารจากระบบ Thai School Lunch ซึ่งเป็นระบบที่สามารถคำนวณคุณค่าสารอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่จากการบริหารจัดการก็ยังไม่เพียงพอสำหรับมื้ออื่นๆ ดังนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือด้านโภชนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสารอาหารให้เด็กเหล่านี้ได้มีสุขภาพที่ดี

ปริญญา พวงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง
ปริญญา พวงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง

ด้าน นายปริญญา พวงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง เล่าว่า “โดยปกติแล้วทางโรงเรียนจะได้รับงบประมาณสนับสนุนอาหารกลางวันจากทางภาครัฐ ตามกฎระเบียบโครงการอาหารกลางวันที่ถูกจัดสรรขึ้นแต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด ส่งผลให้การคัดเลือกคุณภาพอาหารมีข้อจำกัดตามไปด้วย ดังนั้นทางโรงเรียนจึงขอความร่วมมือไปกับองค์กรเอกชนต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ อาทิ การสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน โครงการแม่ครัวช่วยทำอาหาร รวมถึงโครงการให้ความรู้เรื่องการเกษตรเพื่อสร้างคุณภาพทางโภชนาการอย่างยั่งยืน ทั้งการทำโรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงหอยขมในกระชัง และยังส่งเสริมให้นำไปเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับนักเรียน

การได้รับความร่วมมือจาก ซี-วิท ในโครงการ “C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน” มอบเครื่องดื่มวิตามินซี ให้นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง ได้ดื่มทุกวันเป็นเวลา 1 ปี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เด็กๆ ได้รับวิตามินซีที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวนี้จะทำให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ห่างไกลจากโรคหวัดตอนเปลี่ยนฤดูกาล”

มร.โอซามุ โซมะ ประธานบริหาร บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด
มร.โอซามุ โซมะ ประธานบริหาร บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด

มร.โอซามุ โซมะ ประธานบริหาร บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ “C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน” จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ด้วยการมอบ “ซี-วิท มินิ” (C-vitt mini) จำนวน 1,281,600 กล่อง ให้แก่เยาวชนกว่า 50,000 คน ในพื้นที่ 250 โรงเรียนนำไปดื่มเสริมสร้างวิตามินซีให้ร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ อีกทั้งในปีนี้ ซี-วิท ได้นำแนวคิดการดูแลสุขภาพเยาวชนแบบยั่งยืน ด้วยการมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เห็นผลเชิงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยนำร่องกับนักเรียน 900 คน ใน 9 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล รวมถึง โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจากการหารือร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พบว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง เป็นหนึ่งในโรงเรียนภายใต้การดูแลของมูลนิธิ และมีเด็กนักเรียนจำนวนมากประสบปัญหาด้านโภชนาการ ที่ต้องได้รับความร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

โดย ซี-วิท หวังว่าโครงการดังกล่าวที่จัดขึ้นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เยาวชนไทยทั่วประเทศ เติบโตและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ด้วยเป้าหมายภายในปี 2025   จะสามารถช่วยเหลือเด็กไทยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้กว่า 200,000 คน”