“ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง” ต้นแบบวิถีคนรักษ์ป่าด้วยศาสตร์พระราชา

วัยใส-นิวเจน17 ก.พ. 2563 • 09:55 น.
“ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง” ต้นแบบวิถีคนรักษ์ป่าด้วยศาสตร์พระราชา
จากความเชื่อที่ว่า “ป่าชุมชน” เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าจนสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศได้ เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ สัมผัสวิถี “คนรักษ์ป่า” ของ “ชุมชนบ้านแม่ขมิง” ซึ่งเป็นชุมชนที่ดูแลป่าจนน้ำไม่เคยหมดและรักษาป่าให้ปลอดไฟ ณ หมู่ที่ 2 ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่
บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บมจ.ราช กรุ๊ป
บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บมจ.ราช กรุ๊ป
บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ที่บริษัทฯ ริเริ่มและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 ได้ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป้าหมาย 15 ข้อ 15.2 ในการส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า โดย “ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง” ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน : สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” จาก “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562” ซึ่งป่าแห่งนี้ได้น้อมนำและสืบสานศาสตร์พระราชาในการพัฒนา รักษา และฟื้นฟูป่าบ้านแม่ขมิง จนอุดมสมบูรณ์กลายเป็นแหล่งผลิตน้ำและอาหารหล่อเลี้ยงคนในชุมชนและทั้งจังหวัดแพร่มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีความเข้มแข็งในการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าของคนและไฟป่าได้อย่างยอดเยี่ยม จุดเด่นที่ทำให้ “ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง” ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศดีเด่นฯ อยู่ที่ได้เชื่อมโยงการบริหารจัดการดิน – น้ำ– ป่า อย่างเป็นระบบ โดยใช้กระบวนการ D-S-L-M (Demand-Supply-Logistic-Management) เริ่มตั้งแต่การจัดการดูแลป่าซึ่งเป้นแหล่งต้นน้ำ อาทิ ปลุกป่าเสริม, การทำแนวกันไฟ, การทำธนาคารใบไม้. การสร้างฝาย และกักเก็บน้ำด้วยหลักการอ่างเล็กเติมอ่างใหญ่ ซึ่งการบริหารจัดการป่าและน้ำได้สัมฤทธิ์ผล นำมาสู่การเป็นชุมชนต้นแบบการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนและองค์กรต่างๆ
อัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง ประธานป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง
อัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง ประธานป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง
ด้าน อัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง ประธานป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง กล่าวว่า กุญแจสำคัญของความสำเร็จคือ “ความสามัคคี” และ “ทีมงานที่เข้มแข็ง” เรามีคณะกรรมการป่าชุมชน และจัดทำแผนการฟื้นฟูป่าประจำปี พยามยามดึงคนทุกกลุ่ม ทุกวัยเข้ามาร่วมในทุกกิจกรรม อีกทั้งยังจัดทำธนาคารใบไม้ เพื่อลดการเผาในชุมชนและลดจำนวนเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย และนำมาสร้างประโยชน์ด้วยการหมักกับมูลวัวมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพใช้ในการเกษตรของคนในชุมชน นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายสร้างฝาย 500 ฝาย ภายใน 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2560- ปี 2563 สร้างฝายแล้วเสร็จรวม 205 ฝาย) เพื่อรักษาป่าต้นน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่า และดักตะกอนก่อนไหลลงสู่อ่างน้ำ
เรียนรู้กิจกรรม "ธนาคารใบไม้"
เรียนรู้กิจกรรม "ธนาคารใบไม้"
“คณะกรรมการป่าชุมชนยังมีกุศโลบายในการสร้างป่า ด้วยการสร้างเครือข่ายขยายแนวร่วมในชุมชนใกล้เคียง โดยส่งเสริมการพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนที่เห็นผลเชิงประจักษ์ คือ การปลูกกาแฟ จนเกิดการก่อตั้ง เดอะ ปางงุ้น วัลเล่ย์ เป็นวิสาหกิจชุมชนใกล้เคียงที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง ที่ทั้งปลูกกาแฟ รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรจังหวัดแพร่ และยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การปลูกกาแฟ“ อัจฉริยะพงษ์ กล่าว
นุช – ภคนันท์ วงศ์ทา
นุช – ภคนันท์ วงศ์ทา
ที่น่าสนใจชุมชนบ้านแม่ขมิงยังให้เยาวชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลป่า ผ่านกิจกรรม “ธนาคารใบไม้” และ “ยุวเกษตรกร” โดย นุช – ภคนันท์ วงศ์ทา ชั้นม.5 โรงเรียนสรอยเสรีวิทยา ต.สรอย อ.วังชิน จ.แพร่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาที่ป่าชุมชนแม่ขมิงบ่อยๆ สภาพป่าเมื่อก่อนที่เป็นพื้นที่โล่งๆแทบจะไม่มีต้นไม้ แต่ในวันนี้มีต้นไม้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนตัวได้เข้าร่วมกิจกรรมมา 2 เดือนแล้วค่ะ สนุกดีได้ปลูกป่า สร้างฝาย และทำธนาคารใบไม้ ซึ่งทุกกิจกรรมมีประโยชน์จริงๆ ทุกวันนี้ไฟป่าลดลงและในชุมชนมีน้ำใช้ไม่ขาดแคลน อยากฝากถึงเพื่อนๆที่มีป่าชุมชน ช่วยกันรักษาป่าปลูกต้นไม้กันเยอะๆไม่เผาไม่ทำลายป่านะคะ
ฝายกั้นน้ำ
ฝายกั้นน้ำ
“ชุมชนบ้านแม่ขมิง” เคยประสบเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรอย่างมากเมื่อ พ.ศ.2544 ต่อมาได้ขออนุมัติจัดตั้งป่าชุมชนขึ้น โดยครั้งที่ 1 เมื่อปีพ.ศ.2547 และได้รับการต่ออายุโครงการป่าชุมชนต่อเนื่องครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2562