คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ก่อนอื่นผมขอเกริ่นเกี่ยวกับบทความของสัปดาห์นี้สักเล็กน้อยว่าเป็นเรื่องราวดีๆของ “วุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวิร์ธ” ที่เธอได้เดินทางไปยังเมืองเชียงใหม่แบบเป็นการส่วนตัว และเนื่องจากผมไม่ต้องการเขียนลงรายละเอียดใดๆมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมได้ขออนุญาติจากวุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวิร์ธ และสามีของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยท่านทั้งสองยินดี

ทั้งนี้ผมรอโอกาสที่จะได้พบกับวุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวอร์ธสตรีเชื้อสายไทยใจเหล็กมานานตั้งแต่ผมยังพำนักอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้ผมเพิ่งมีโอกาสได้พบตัวจริงพร้อมด้วยครอบครัวของเธอ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคมที่เพิ่งผ่านมานี้เอง โดยครอบครัวของ “คุณเรณุตรา เมฆอุไร” รับหน้าที่เจ้าภาพ และเธอยังเป็นผู้บุกเบิกกาดฝรั่งอันโด่งดัง ซึ่งเธอมีความสนิทสนมเป็นอย่างดีกับครอบครัวของ “ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และ “รองอธิการบดีชุติมา ชวสินธุ์”แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ท่านทั้งสองได้ให้เกียรติเชิญชวนให้ผมไปร่วมในงานเลี้ยงต้อนรับวุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวอร์ธและครอบครัวครั้งนี้ด้วย!!!

วุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวิร์ธ สุภาพสตรีเชื้อสายไทยใจเหล็กผู้นี้ก็คือ ขวัญใจของคนไทยทั้งในและต่างประเทศมาแล้วอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเขต 8 ที่รัฐอิลลินอยส์ เมื่อปี 2013 ซึ่งเธอเป็นหญิงไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติในตำแหน่งอันสูงส่งทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา

โดยทั่วไปแล้วผู้ที่อยู่ในตำแหน่งวุฒิสมาชิกของสหรัฐอเมริกาโอกาสที่จะแพ้การเลือกตั้งนั้น นับว่าแสนจะยากโดยอย่างน้อย 60% จะสามารถรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้

ส่วนในกรณีของแทมมี่ ดักเวิร์ธ ซึ่งเธอสังกัดพรรคเดโมแครตนั้น เธอมีข้อได้เปรียบอยู่พอสมควรดังเช่นประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้ออกมาประกาศสนับสนุน เนื่องจากเป็นตำแหน่งเดิมของเขา ที่รัฐอิลลินอยส์ และก่อนหน้าที่แทมมี่ ดักเวิร์ธ จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดแครตก็ต้องเอาชนะคู่แข่งมาแล้วหลายต่อหลายคนเลยทีเดียว

ส่วนการที่เธอผ่านสนามรบในสงครามอิรัก โดยเธอได้สูญเสียขาข้างขวาไปจนถึงสะโพก และเสียขาด้านซ้ายไปจนถึงใต้เข่า สืบเนื่องมาจากการที่เธอถูกยิงในการเป็นนักบินจนเครื่องบินตกขณะที่เธอปฏิบัติหน้าที่สู้รบทางอากาศด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ “Blackhawk” เมื่อปี 2004 โดยแพทย์ใช้เวลาในการผ่าตัดช่วยชีวิตเธอนานถึง 13 ชั่วโมง ก็ถือเป็นข้อที่เธอได้รับความชื่นชมและได้รับการสนับสนุนจากคนอเมริกันมิใช่น้อยเลยทีเดียว

ส่วน “วุฒิสมาชิกมาร์ค เคิร์ก” คู่แข่งของแทมมี่ ซึ่งสังกัดอยู่ในค่ายพรรครีพับลิกันนั้น เขาผู้นี้เคยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯมาแล้วถึงห้าสมัย และดำรงอยู่ในตำแหน่งวุฒิสมาชิก จากปี 2010-2017 นับว่าเป็นคู่แข่งขันที่น่าสะพึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!!!

สำหรับเรื่องที่ถือว่าสำคัญที่สุดในการใช้หาเสียงก็คือ “เม็ดเงินสนับสนุน” ซึ่งนับว่าทั้งคู่มีค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งเดือน แทมมี่ได้รับเม็ดเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 11.3 ล้านเหรียญ ส่วนวุฒิสมาชิกมาร์ค เคิร์กได้รับเม็ดเงินบริจาคจำนวน 11.1 ล้านเหรียญ นับว่าสูสีคู่คี่กันมาก และยังถือเป็นการใช้เงินในการแข่งขันเลือกตั้งช่วงชิงตำแหน่งที่แพงที่สุดอีกคู่หนึ่งของแวดวงการเมืองสหรัฐฯ!!!

อย่างไรก็ตามขณะที่วุฒิสมาชิกมาร์ค เคิร์ก กำลังหาเสียงอยู่นั้น ถึงแม้ว่าเขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ต้องการโต้วาทีกับแทมมี่ก็ตาม แต่เขาก็กล่าวโจมตีเธอในประเด็นต่างๆอย่างเข้มข้น แถมยังโยงไปถึงการที่แทมมี่มีสายเลือดไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเหยียดสีผิวและเหยียดในเรื่องเชื้อชาติไปโดยปริยาย

แต่แทมมี่ก็ได้ตอบโต้ไปด้วยคารมที่เต็มไปด้วยความคมคายที่โยงไปว่า “หัวใจของดิฉันก็เปรียบเสมือนขาเทียมของดิฉันนั่นแหละ และขาเทียมของดิฉันเป็นเหล็กไทเทเนียม ซึ่งมีความแข็งแกร่ง และหากคุณต้องการจะทุบก็มาลองดูเลย”

ท้ายที่สุดแล้วแทมมี่ก็สามารถเอาชนะใจชาวอิลลินอยส์ จนได้รับชัยชนะมาร์ค เคิร์ก 55% ต่อ 40% ซึ่งถือเป็นการได้รับชัยชนะอย่างถล่มทะลายเลยทีเดียว

และแล้ว “แทมมี่ ดักเวิร์ธ” นักการเมืองสัญชาติอเมริกันเชื้อสายไทย สตรีเหล็กผู้ผ่านสมรภูมิรบมาแล้วก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมา

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้ ขณะที่วุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวิร์ธและครอบครัวเดินทางมาถึงยังสถานที่จัดเลี้ยงต้อนรับเธอก็ได้นั่งรถเข็นเข้ามายังสถานที่จัดเลี้ยง โดยแรกๆผมรู้สึกกังวลเกรงไปว่า เธอจะประคับประคองตัวไปยังทางลาดชันที่ค่อนข้างสูงได้หรือไม่? แต่กลับปรากฏว่าเธอสามารถทรงตัวได้อย่างแข็งแรงไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น

ขณะที่ผมเห็นวุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวอร์ธ นั่งรถเข็นเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงต้อนรับ ผมรู้สึกประทับใจต่อเธอมากหลายๆแง่หลายๆมุม

อันดับแรกแขกที่ไปร่วมพิธีต้อนรับ ต่างพากันลุกขึ้นยืนแสดงความคารวะ ขณะที่หญิงเหล็กท่านนี้เข็นรถของเธอเข้ามาโดยบรรยากาศตอนนั้นช่างแสนเงียบสงบ

ทั้งนี้การนั่งรถเข็นก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อวุฒิสมาชิกหญิงเหล็กท่านนี้เลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นต้องการที่เอาชนะอุปสรรคที่ขวางหน้า โดยเมื่อผมมองเห็นท่าทีเช่นนี้ ผมเชื่อได้อย่างเด่นชัดเลยว่า “ไม่มีอะไรที่เธอจะเอาชนะไม่ได้”

ขณะที่มีการประกอบพิธีรับขวัญกันอยู่นั้น ภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ตอนที่แทมมี่และลูกสาวตัวน้อยๆพร้อมด้วยสามีของเธอต่างนั่งพนมมือไหว้ตามขนบธรรมเนียมของไทย ซึ่งเท่ากับว่าครอบครัวนี้ไม่เคยลืมประเพณีอันดีงามของไทยเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิธีรับขวัญเสร็จสิ้นลงแล้ว แทมมี่และบรรดาแขกเหรื่อก็ได้ร่วมรับประทานอย่างเป็นกันเอง

และเมื่อประสบกับจังหวะเหมาะๆผมก็ได้เข้าไปนั่งพูดคุยสนทนากับสตรีหญิงเหล็กผู้นี้ในหลายๆเรื่องดังเช่น ด้านแวดวงการเมืองสหรัฐอเมริกา ภาวะเศรษฐกิจ แต่ผมขอสงวนเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้ก่อน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นผมขอชื่นชมต่อความมุ่งมั่นอันแสนเด็ดเดี่ยว ความกล้าหาญและความเป็นผู้นำของ “วุฒิสมาชิกแทมมี่ ดักเวิร์ธ” ที่เธอยึดถือเอาผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มีจิตอาสาเต็มร้อย และการใช้รถเข็นของเธอนับว่ามิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ทำนองเดียวกันกับ “ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี.รูสเวลท์” ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งของสหรัฐฯ ที่พิการต้องใช้รถเข็นแต่หาได้เป็นอุปสรรคต่อเขาไม่ เพราะนั่นเป็นเพียงพิการแต่ร่างกาย แต่ถือว่าจิตใจของท่านทั้งสองที่ผมกล่าวมาในบทความนี้เด็ดเดี่ยวแข็งแกร่งมั่นคงดุจดั่งเหล็กกล้า ช่างน่าคารวะเป็นอย่างยิ่งละครับ