กรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง ที่ถูกควบคุมตามกฎอัยการศึก ที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 20 ก.ค. และหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 25 ส.ค.นั้น กลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล

โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น เพิ่งจะถูกลองของจากกรณีวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้ความเห็นกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ
ว่า หลายคนอยากให้มีการผ่าชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ภายใต้กฎหมายไม่ปกติ ลองคิดดูว่านี่คือการหาคำตอบจากปลายเหตุหรือเปล่า แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงการผ่าแผนการแก้ไขปัญหาไฟใต้ หรือเอกซเรย์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้งงบประมาณ วิธีการ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เอง รวมถึงชาวบ้าน ทั้งๆ ที่นี่คือต้นเหตุใช่หรือไม่ ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ก็ได้คำตอบเพียงหนึ่งกรณี หากชันสูตรกฎหมายไม่ปกติ เอกซ์เรย์ตรวจสอบวิถีการทำงาน แผนยุทธศาสตร์ ทบทวนกันใหม่ ก็จะได้คำตอบและทางออกที่ช่วยให้คนนับล้านมีความปลอดภัยและความสุขเพิ่มยิ่งขึ้น

เรื่องนี้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายให้กระทำการรุนแรงกับผู้ต้องสงสัย หรือการก้าวล่วงสิทธิมนุษยชนหรือดำเนินการนอกกรอบกฎหมาย ซึ่งหากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทำในลักษณะดังกล่าว ในช่วงที่รัฐมีนโยบายในเรื่องการธำรงความยุติธรรมในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็ต้องรับผิดทั้งทางวินัยและอาญา แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตได้รับข้อมูลตามความเป็นจริง

ส่วนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เสนอยกเครื่องระบบควบคุมผู้ต้องหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใตนั้นพล.ท.คงชีพ มองว่า สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว วันนี้ก็ต้องถามว่าความรับผิดชอบของนักการเมืองในพื้นที่กับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการกดขี่ รวมถึงปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ผลประโยชน์ทับซ้อน จึงต้องถามกลับไปที่นักการเมืองในพื้นที่ด้วยว่า มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างไร แล้วใครได้ประโยชน์ เพื่อให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขร่วมกันกับทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐแต่ต้องรวมถึงภาคประชาชนฝ่ายการเมือง

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงประชาสัมพันธ์กรณีดังกล่าว โดยอ้างรายงานจากโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งประกอบด้วย โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ผลตรงกันคือ ผลการตรวจร่างกายของนายอับดุลเลาะนั้นปกติ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายจากทั้งภายในและภายนอก ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ชี้แจงว่า เกิดจากสาเหตุปอดอักเสบ และติดเชื้ออย่างรุนแรง ซึ่งกรณีดังกล่าวคงไม่ได้เกิดจากการซ้อมทรมาน

นายกรัฐมนตรี ยินดีให้มีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยรัฐบาลย้ำมาโดยตลอดว่า ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา ดังนั้นต้องให้มีการถ่ายเทป ถ่ายวิดีโอไว้ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มีปัญหาอีกต่อไป และขอให้ทุกฝ่ายฟังคำชี้แจงผลการตรวจจากโรงพยาบาล และผู้ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม กรณีการเสียชีวิตของอับดุลเลาะ นอกจากจะทำข้อเท็จจริงให้กระจ่างและเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ เพื่อแสดงความจริงใจและความโปร่งใส ยุติธรรมในการบริหาร โดยไม่ปล่อยให้เป็นเชื้อไฟที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลและนำมาสู่ความไม่ปลอดภัยของประชาชนในอนาคต