เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” ให้ลงทะเบีบนเพิ่มเติม อาจเป็น “เสียงสะท้อน” ที่บ่งชี้ถึง “การตอบรับ” จากประชาชนต่อหนึ่งในหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ของรัฐบาลได้ทางหนึ่ง แม้ในเวลานี้จะมีเสียงท้วงติง ขอให้มีการตรวจสอบ “คุณสมบัติ” ของผู้ที่ได้รับบัตรว่า มีรายได้น้อยจริงหรือไม่

รวมทั้งยังมีความต้องการให้รัฐบาลได้ตรวจสอบด้วยว่าวัตถุประสงค์ผู้ที่ได้รับเงินจากบัตรคนจน นั้นนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์มากน้อยแค่ไหน

และล่าสุดกระทรวงการคลัง โดย “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอนนี้ได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามข้อมูลและสื่อสารให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าใจวัตถุประสงค์ของมาตรการ และกระตุ้นให้ใช้เงินอย่างถูกต้อง

ภายหลังจากที่มีผู้ถือ บัตรคนจน นำเงินที่ได้แจกเพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ไปซื้อเหล้า เบียร์ บุหรี่ จนกลายเป็นประเด็น ที่พลิกกลับมาโจมตีรัฐบาลแทน

อย่างไรก็ดี อุตตม ยังได้ยืนยันถึงความสำคัญ ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาล “นายกฯลุงตู่” เพิ่งอนุมัติผ่านครม.ไปหมาดๆ ว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเกิดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และชุมชน หากไม่มีมาตรการ ความมั่นใจก็จะหายไป การจับจ่ายใช้สอยก็จะหายไป ผู้ที่ถูกกระทบก็คือผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจในภาพรวม

แน่นอนว่าเมื่อรัฐบาลมั่นใจและเชื่อมั่นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นั้นจะสร้าง “ผลดี” มากกว่า “ผลลบ” แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดปัญหา ตามมาก็ต้องหาวิธีการจัดการ เพราะไม่อย่างนั้น นโยบายของรัฐบาลจะกลายเป็น “จุดอ่อน” สำหรับครม.ทั้งคณะ

โดยที่ยังไม่ทันที่รัฐบาลจะได้แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง อันจะกลายเป็น “จุดตาย” มากกว่าความวุ่นวายทางการเมือง ที่ส่อเค้าว่ากำลังจะคลี่คลายลงไป เพราะปัญหาความทุกข์ยาก ความอดยากของประชาชนที่ความทุกข์ ที่ “จับต้อง”และสัมผัสได้ใกล้ตัวมากที่สุด

“ ขณะนี้กำลังตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาเปิดสองครั้ง โดยครั้งที่ 2 ได้มีการปลดล็อคบางอย่างให้คนเข้ามาได้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือความซื่อสัตย์สุจริต

ใครที่รู้ตัวว่ามีเงิน มีที่ดินและมีบ้านอย่าเข้ามาเลย เพราะจะทำให้คนอื่นเสียโอกาส ต้องมีจิตสำนึก เพราะรัฐบาลใช้เงินต้องดูจากการจัดระเบียบ” พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบข้อถามของสื่อมวลชน เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดลงทะเบียนบัตรคนจนเพิ่มเติม

เมื่อคะแนนนิยม ถือว่ามีความสำคัญสำหรับตัวพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐนาวาทั้งลำ การออกมาตรการเพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญและจำเป็น แต่ในเวลาเดียวกัน นายกฯลุงตู่ จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ “บัตรคนจน” เป็นเครื่องมือที่ดี และมีประสิทธิภาพ ชนิดได้น้ำได้เนื้อมากที่สุด !?