บทความพิเศษ / อัครเดช สุภัคกุล

การชุมนุมประท้วงต่อต้านการออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ฮ่องกง มาจนถึงบัดนี้ได้ยืดเยื้อมาเป็นสัปดาห์ที่ 12 และได้ยกระดับกลายเป็นการเรียกร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำนักข่าวหลายสำนักได้มีการรายงานว่า มีจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมถึง 2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า "กลุ่มหัวก้าวหน้า" ถึง 80%

การชุมนุมครั้งนี้ จึงนับเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เพราะในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ก็จะเป็นวันชาติจีน ที่ปีนี้นับเป็นปีที่ 70 นับแต่ได้มีการสถาปนาตั้งเป็นประเทศมา อีกทั้งในปีนี้เป็นวาระครบรอบ 30ปี เหตุการณ์ปราบจลาจลที่เทียนอันเหมิน ผู้คนจึงเฝ้าดูว่า จีนจะแก้ไขปัญหาฮ่องกงที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร

สำหรับผมเองนั้นเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ประท้วงที่ฮ่องกงในครั้งนี้จะผ่านพ้นไปด้วยดี ทั้งนี้ผมเองได้ยินทฤษฎี ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 13 ของประเทศไทย ที่เป็นผู้เปิดสัมพันธไมตรีไทย-จีน เมื่อปีพ.ศ.2518 ที่ท่านมักกล่าวอยู่เสมอว่า

"แตกกันได้ไม่ใช่จีน"

จีนนั้นมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานหลายพันปี กว่าจะมาจนถึงวันนี้ได้ จีนได้ผ่านวิกฤตต่างๆ มาอย่างมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายจีนก็สามารถผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ มาได้ด้วยดี นับจาก 2,000กว่าปีที่จิ่นซีฮ่องแต้ได้รวมชาติจีนขึ้นเป็นปึกแผ่น เรียกทฤษฎีนี้ว่า

"จีนหนึ่งเดียว"

เมื่อ 100กว่าปี เมื่อเจ้าอาณานิคมอังกฤษเข้ามารุกรานจีนด้วยการทำ "สงครามฝิ่น" ทำให้จีนต้องยอมให้อังกฤษเช่าฮ่องกงเป็นเวลานานถึง 99ปี และจีนต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้กับอังกฤษ กล่าวคือ คนในบังคับของอังกฤษ ที่อยู่ในฮ่องกงเวลากระทำความผิดไม่ต้องขึ้นศาลจีน แต่ขึ้นศาลอังกฤษแทน

จีนได้ฮ่องกงคืนจากอังกฤษเมื่อปีพ.ศ.2540 นับแต่นั้นเป็นต้นมา "เติ้งเสี่ยวผิง" ผู้นำจีนขณะนั้น ได้ประกาศนโยบาย

"หนึ่งประเทศสองระบบ"

กล่าวคือ จีนยังจะปกครองในระบอบสังคมนิยม แต่เปิดเสรีทางการค้า ให้สิทธิ์ฮ่องกงปกครองตนเองอย่างมีอิสระ สามรถดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การพาณิชย์ ฯ ได้ตามระบบเสรี จนกว่าจะถึงปี พ.ศ.2590 จีนจึงค่อยเข้ามามีส่วนในการบริหารการปกครองฮ่องกงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้น การเมืองการปกครองของจีนก็จะผ่อนคลายไปสู่เสรีภาพตามกระแสโลกมากขึ้น

หากคนรุ่นใหม่ในฮ่องกงได้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติตน ที่เคยถูกชาติตะวันตกรุกรานมาอย่างไร ผมเชื่อว่าปัญหาการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อในฮ่องกงที่เกิดขึ้นนี้คงยุติลงในเวลาอันรวดเร็ว ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวจีนบนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง สามารถแก้ปัญหานี้อย่างสันติวิธี เป็น "จีนหนึ่งเดียว" ที่รักกัน และที่ "แตกกันได้ไม่ใช่จีน"

เมื่อฮ่องกงสู่สภาวะปกติ ผมก็จะรีบไปเยือนฮ่องกง เพื่อไปซื้อหนังสือที่ร้าน "Swindon" อันเก่าแก่บนถนนกวางตุ้ง และทานข้าวฮ่องกงอร่อยๆ อย่างเช่นเคยทุกปีครับ