นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์  รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ทาง ททท.เห็นถึงความสำคัญของนักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพและ ความงาม ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีการใช้จ่ายสูง อีกทั้งประเทศไทยได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ เนื่องจากมีการ ให้บริการด้านการแพทย์ สถานพยาบาล คลินิกด้านสุขภาพความงาม สปา ที่ได้รับมาตรฐานสากล รวมถึงมีความ คุ้มค่ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน จึงได้กำหนดกลยุทธ์ขยายฐานตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษใน แผนงานส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม เพื่อสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Health and Wellness Destination พร้อมทั้งนำแนวคิดการให้บริการด้านสุขภาพและความงาม คุณภาพการ ให้บริการมาเป็นแรงจูงใจ ในการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นซึ่ง สามารถขยายผลถึงสินค้าทางการท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยอีกด้วย

ดังนั้นจึงได้จัดงาน The Amazing Thailand Health & Wellness Roadshow to Bahrain ในวันที่  17 กันยายน 2562 ณ Gulf Hotel ราชอาณาจักรบาห์เรน เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดตะวันออกกลางในช่วงไตรมาสสุดท้าย ของปี 2562 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบด้านความผันผวนทางเศรษฐกิจน้อยหาก เทียบกับตลาดอื่น อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงการเดินทางมาท่องเที่ยวของตลาดตะวันออกกลางมายัง ประเทศไทยมากที่สุด โดยนักท่องเที่ยวบาห์เรนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและรักษาพยาบาล รวมถึงดูแลสุขภาพ และความงามในประเทศไทย ซึ่งมีแหล่ง ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา และเชียงใหม่

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้  ททท. ได้ร่วมมือกับ Doctor A to Z  ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมสินค้า และบริการคุณภาพของผู้ประกอบการธุรกิจ Health and Wellness ของไทย ซึ่งเป็นการจัดงานส่งเสริมการขาย สินค้าและบริการในรูปแบบ Hybrid Roadshow คือทั้งในแบบ B2B และ B2C โดยได้เชิญผู้ประกอบการไทย (Sellers) กลุ่มดังกล่าว 20 หน่วยงาน เดินทางไปพบปะเจรจาซื้อขายแบบ  B2B กับกลุ่มผู้ซื้อ (Buyers) คุณภาพในพื้นที่บาห์เรน และในกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC : Gulf Cooperation Council) จำนวน 30 หน่วยงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อ (Buyers) จากซาอุดิอาระเบีย ที่จะมีโอกาสมาร่วมเจรจาซื้อขายในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้ยกเว้นให้นักท่องเที่ยวของตนเดินทางมารักษาพยาบาลในประเทศไทยได้ 90 วัน

โดยการจัดกิจกรรมของ ททท. ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้ผลักดัน และร่วมมือกับภาคเอกชนด้าน Health and Wellness เพื่อนำไปสู่การซื้อ-ขายสินค้าและบริการด้าน Health and Wellness ของไทยผ่าน ระบบออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย รูปแบบ เดิมเคยดำเนินการมา  อีกทั้งยังได้เชิญแขกผู้มีเกียรติระดับ VVIP ของบาห์เรน อาทิ นักการทูต นักธุรกิจชั้นนำ ผู้มีชื่อเสียง และ สื่อมวลชนในประเทศบาห์เรน เข้าร่วมงาน Exclusive Business Dinner  ในวันดังกล่าวเพื่อรับฟังการนำเสนอ สินค้าและบริการ Health and Wellness คุณภาพของผู้ประกอบการไทย พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้แขกผู้มี เกียรติภายในงานได้มีโอกาสจอง-ซื้อสินค้าและบริการที่จัดทำเป็นพิเศษภายใน งานดังกล่าวด้วย (B2C) อีกด้วย

ทั้งนี้ ททท. วางกลุ่มเป้าหมายไว้ 2 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical ที่เดินทางเพื่อมา รักษาอาการเจ็บป่วยและกลุ่ม Health and Wellness ที่สนใจในการดูแลสุขภาพและความงาม ซึ่งประเทศไทยมีสถานประกอบการคลีนิคดูแลสุขภาพและความงาม, สปา, สปารีสอร์ท, สถานเสริมความงาม และอื่นๆ ที่มีคุณภาพตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศไทย

ซึ่งในปี 2561   มีนักท่องเที่ยวตลาดบาห์เรนเดินทางมา ประเทศไทยจำนวน 32,000 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ประมาณ 2,500 ล้านบาท โดย 10%   ของการ ใช้จ่ายอยู่ในหมวด Health and Wellness หรือประมาณ 250ล้านบาท