ความสบายใจ โล่งใจ คลายความวิตก ได้ฉายออกมาผ่านรอยยิ้ม ของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ผ27 ส.ค.) อย่างเห็นได้ชัด คล้ายกับว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องราวใดๆที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องวุ่นวายใจ

นั่นเป็นเพราะวาระสำคัญก่อนการเข้าประชุมครม.นั้นอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรี รับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ที่ผ่านมา

แม้ในวันเดียวกัน “ผู้ตรวจการรัฐสภา” จะมีมติส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เพื่อให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิเสรีภาพของ “ภานุพงศ์ ชูรักษ์” นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องหรือไม่ ก็ตาม

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “คีย์แมน” ต่างส่งสัญญาณในท่วงทำนองคล้ายคลึงกันว่า ไม่มีความกังวลใดๆ

“ผมไม่อาจจะกล่าวได้ว่า​จะสามารถไปจบเรื่องอื่นได้หรือไม่​ แต่ก็เป็นเรื่องที่พวกเราคือคณะรัฐมนตรี​ทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ​ เป็นเรื่องที่ผมทำเรื่องขอพระราชทาน​พระบรมราชานุญาต​ไป​ ท่านก็ทรงโปรดเกล้า​ฯลงมาเป็นลายลักษณ์​อักษร​ เป็นสิ่งที่คณะรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​นำไปสู่การปฏิบัติ​ ซึ่งก็จะนำพระราชดำรัสไปใส่กรอบประดับไว้ที่ที่ทำงาน​ หรือที่บ้านก็แล้วแต่​แต่ต้องเป็นที่อันสมควร​

ของผมก็เช่นกัน จะเก็บไว้ที่ทำเนียบรัฐบาลของผม​ ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ​เป็นล้นพ้นในเรื่องของการถวายสัตย์​ ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อ​ ทางโซเชียลและโทรทัศน์​ต่างๆ​ เพราะฉะนั้น​ วันนี้เป็นลายลักษณ์​อักษร​ลงมา​ ซึ่งก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตามที่ขอพระราชทาน​ไป​ ส่วนเรื่องอื่นก็ให้เป็นเรื่องอื่นต่อไป​ ไปว่ากันมา”

พล.อ.ประยุทธ์ ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวว่า หลังพิธีวันนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว​ จะส่งผลทำให้ปัญหาที่เคยมีการวิพากษ์วิจารณ์จบลงหรือไม่ และดูเหมือนว่าคำตอบของพล.อ.ประยุทธ์รวมทั้งท่าทีของครม.ในครั้งนี้ กำลังตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมายังรัฐบาล และครม.ของพล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างชัดเจน

จะเหลือก็เพียงการพิจารณาคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่า จากนี้ไปการเดินหน้าทำงานของรัฐบาล เพื่อเร่งแก้ไขสารพัดปัญหาที่รุมเร้าในเวลาเดียวกันทั้ง “เศรษฐกิจ” และ “การเมือง” ที่ฝ่ายค้านตั้งท่า ใช้ “เวทีสภาฯ” เปิดฉากถล่ม

โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ที่เป็นเสมือน “คลื่นลูกใหญ่” ที่โถมเข้าใส่ จนทำให้ “กระทรวงด้านเศรษฐกิจ” ทั้งที่มีรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล นั่งกำกับดูแล ต่างต้องประชุมและสั่งการโดยด่วน อย่างกรณีการแก้ไขราคา “ข้าวเหนียวแพง” จนกลายเป็นเรื่องร้อนๆในยุครัฐบาล “บิ๊กตู่” ราคาข้าวเหนียวพุ่งพรวด เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

ถึงกระนั้นเมื่อเรื่องร้อนๆที่ว่าด้วยการถวายสัตย์ฯ อันเป็นเหมือน “จุดอ่อน” ที่สามารถเขย่าพล.อ.ประยุทธ์ จนเจ้าตัวต้องเอ่ยปาก “ขอรับผิดชอบเพียงคนเดียว” มาแล้ว เมื่อวันนี้คล้ายจะสัญญาณในทางที่เป็นบวกต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ และครม.ทั้งคณะ ภายหลังเสร็จสิ้นและผ่านพ้นพิธีการสำคัญก่อนเข้าประชุมครม.

อย่างน้อยที่สุด นาทีนี้ “บิ๊กตู่” ก็ยิ้มออก ยิ้มกว้าง อย่างที่เห็น !!