สำหรับแนวโน้มของธุรกิจโรงแรมในปี 2562 นี้ มีผลประกอบการเติบโตมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโต มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไทยยังคงมีศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยว ทั้งความหลากหลายของทรัพยากรท่องเที่ยว และที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย ที่สร้างรายได้มหาศาลจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปีนี้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะมีจำนวนประมาณ 39.00-39.80 ล้านคน เติบโต 2.1-4.1% จากปี 2561 สร้างรายได้มูลค่าประมาณ 2.16-2.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9-8.9% เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองท่องเที่ยวหลักๆ จะมีการลงทุนทางด้านธุรกิจโรงแรมอยู่ตลอดเวลา

เรดิสันปักหมุดหาดไม้ขาว

ซึ่งล่าสุด บริษัทไทย-ไชนีส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ สัญชาติจีน จับมือ เอแพลน พร็อบเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการที่พักและที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่นของไทย ร่วมลงทุนสร้างเรดิสัน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช ที่พักอาศัยใหม่ระดับไฮเอนด์ริมหาดไม้ขาว เน้นนวัตกรรมที่อยู่อาศัย ผสานการบริการเหนือระดับมาตรฐานโลก ภายใต้แบรนด์ เรดิสัน ดึงนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายโธมัส ดาร์บี้ ผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ มีศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยว กล่าวว่า โครงการเรดิสัน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช สร้างขึ้นในรูปแบบของโรงแรม และเรสซิเด้นซ์ระดับลักชัวรี ดำเนินการตลาดและการขายโดย ดีเอ็มอาร์ดี เอเชีย บริหารงาน โดยเรดิสัน แบรนด์โรงแรมห้าดาวระดับโลก เพื่อมอบผลตอบแทนให้กับนักลงทุนอย่างคุ้มค่า และเป็นแหล่งพักผ่อนที่ครบวงจรสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งจะพร้อมเริ่มการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 และน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566 โดยจะเปิดตัวแกลเลอรีให้เข้าชมภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้

สำหรับ เรดิสัน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช บนหาดไม้ขาว ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดภูเก็ต อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ใกล้สนามบินนานาชาติภูเก็ต และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 14,000 ตารางเมตร ตัวโครงการเป็นลักษณะอาคารโลว์ไรส์ 4 ชั้น จำนวน 8 อาคาร ยกเว้นอาคาร 5 สูง 3 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักสุดหรูจำนวนทั้งสิ้น 222 ยูนิต โดยมี 110 ห้องสำหรับเจ้าของร่วม พร้อมกรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ สำหรับชาวต่างชาติ และได้รับใบอนุญาตประกอบการโรงแรม

ภูเก็ตเป็นทำเลมีศักยภาพ

ขณะที่ ดร.วิลเลียม หลอ ผู้บริหารไทย-ไชนีส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง กล่าวว่า ภูเก็ตยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรม และเสน่ห์ของคนท้องถิ่น ประกอบกับได้พันธมิตรที่เป็นมืออาชีพในการพัฒนาอย่าง เอแพลน พร็อบเพอร์ตี้ และ เรดิสัน โฮเทล ดังนั้นในฐานะที่เป็นบริษัทสัญชาติจีน ที่รู้จักตลาดจีนเป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่า โครงการนี้จะสามารถดึงดูดนักลงทุนและและนักท่องเที่ยวชาวจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตกันอย่างเนืองแน่น

ด้าน นายมาร์ซีเอโน เบิร์จโมฮาน กรรมการผู้จัดการดีเอ็มอาร์ดี เอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของเอเชีย กล่าวว่า สิ่งที่นักลงทุนในปัจจุบันต้องการ นอกจากโครงการคุณภาพสูง ดำเนินงานโดยผู้พัฒนาและผู้บริหารที่มีชื่อเสียง และทำเลที่มีศักยภาพแล้ว ยังมองหาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รอบด้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีและมั่นคง ดังนั้น โครงการอสังหาริมทรัพย์เวลานี้ จึงต้องมีความสามารถในการปรับและจับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายในปัจจุบันให้ได้ เช่นเดียวกันกับเรดิสัน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช ที่รวบรวมสิ่งต่างๆ ไว้ในโครงการเดียว บนทำเลหน้าชายหาดและติดทะเลที่หาได้ยาก นอกจากนั้น ยังได้แบรนด์เรดิสัน ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาดชาวอินเดียและจีนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ทั้งในแง่ของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิกก็ยังเป็นตลาดเป้าหมายเช่นเดียวกัน

ในส่วนของ โครงการเรดิสัน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช มีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ดีลักซ์ ซี วิว สตูดิโอ ขนาด 41 ตารางเมตร พรีเมียร์ พูล แอคเซส สวีท ห้องชุดที่สามารถเข้าถึงยังสระว่ายน้ำหลักได้โดยตรง ขนาด 48 ตารางเมตร ไปจนถึงแกรนด์ ซี วิว สวีท ไพรเวท พูล ห้องชุดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ขนาด 132 ตารางเมตร โดยราคาเริ่มต้นที่ 7.2 ล้านบาท กรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ พร้อมการบริหารในรูปแบบโรงแรมโดยกลุ่มโรงแรมเรดิสัน อัตราผลตอบแทน 6% ในช่วง 3 ปี ในปีที่ 4 เป็นต้นไปจะมีการจัดการรูปแบบส่วนแบ่งรายได้สำหรับผู้ซื้อ ซึ่งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนสุทธิ 5% ต่อปี

โดย นายอังเดร เดอ จอง รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กลุ่มโรงแรมเรดิสัน กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลก ซึ่งแบรนด์เรดิสันมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาดด้านโรงแรม จึงน่าจะเหมาะสำหรับจุดหมายปลายทางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่าง ในประเทศไทย รวมถึงภูเก็ต ให้นักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เลือกมาพักผ่อน