นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยถึงกรณีข่าวลือกระแสยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ออกมาในช่วงนี้ ที่มีการตั้งข้อสังเกตและเชื่อมโยงกับกรณีของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่แจ้งขอยกเลิกพรรคตัวเอง ว่า อาจจะเป็นการเสีย 1 แลก 40 หรือไม่

สำหรับในประเด็นนี้ ตนขอยืนยันว่าในบรรดาทุกคดีความที่มีต่อพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีคดีใดเลยที่มีมูลฐานทางกฎหมายเพียงพอถึงขั้นยุบพรรคได้ มีเพียงคดีเดียวที่เข้าข่ายมากที่สุด หรือคดี “อิลูมินาติ” ที่มีการกล่าวหาว่าพรรคและกรรมการบริหารมีการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายจริง ก็ไม่มีอำนาจใดที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ ได้เพียงสั่งให้ยุติการกระทำที่เข้าข่ายได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นการตั้งข้อสังเกตเรื่องการยุบพรรคเป็นเพียงการลือกันไปโดยไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย

ขณะที่กรณีว่าจะต้องมีการคำนวนปาร์ตี้ลิสต์ใหม่หรือไม่ รัฐธรรมนูญระบุชัดเจน ว่าหากมีการยุบพรรคโดยคำสั่งศาล ส.ส.จะต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน เพราะฉะนั้นหากเกิดกรณีที่เลวร้ายที่สุดจริงๆคือการยุบพรรค ก็เป็นความรับผิดชอบของพรรคอนาคตใหม่ที่จะหาพรรคให้ ส.ส.ทุกคนได้สังกัด

ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนที่ออกมาตอกย้ำข่าวลือดังกล่าวด้วยนั้น นางสาวพรรณิการ์ระบุว่าในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีภารกิจมากมายรออยู่ข้างหน้า แทนท่ีจะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านจะถูกปล้นหรือตัวเองจะถูกปล้น อยากให้เรามาร่วมกันป้องปรามโจรที่จะปล้นประเทศชาติและประชาชนดีกว่า นี่คือภาระใหญ่ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านควรจะทุ่มเทสรรพกำลังไปทำงานร่วมกันมากกว่า โดยเฉพาะในการอภิปรายนายกฯ ที่จะมาถึงในเร็วๆนี้