“มนัญญา” มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งขยายตลาดให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าสหกรณ์ เข้มสหกรณ์หากินกับดอกเบี้ย ต้องไม่ขูดรีดสมาชิก ควรหันมาดูแลพัฒนาอาชีพ ต่อยอดรายได้เติมเงินให้ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการประชุมให้นโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่กำกับดูแล คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ที่จังหวัดอุทัยธานีว่า ต้องการให้หน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแลหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะการเกษตรจะสำเร็จได้คือต้องมีดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อให้ผลผลิตของการเกษตรของไทยมีคุณภาพและปลอดภัย เป็นครัวของโลกได้ และพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายในการสร้างระบบแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะเข้าไปดูแลการบริหารสหกรณ์ให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกที่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ยากจน

"ต่อไปจะพาทุกกรม ลงพื้นที่เพื่อไปดูว่าเกษตรกรเดือดร้อนอย่างไร ไม่ใช่เพียงแต่เอานโยบายของกระทรวงลงไปสนับสนุนเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าความต้องการของเกษตรกรคืออะไร โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่พบมากขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินสะสม บางคนกู้หนี้ปีละหลายหมื่นบาท ก็จะหาเงินมาชำระหนี้และกลับไปกู้ใหม่ เป็นการกู้วนซ้ำแบบนี้ไม่ถูก และจะต้องไปตรวจดูการปล่อยเงินกู้ของสหกรณ์ด้วยว่า มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกหรือไม่ เนื่องจากเรามี นโยบายเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะต้องมาช่วยแก้ไขให้ระบบนี้ให้ถูกต้อง การช่วยเหลือของสหกรณ์อย่ารอปันผลสิ้นปี ต้องช่วยเหลือทุกครั้งที่สมาชิกเดือดร้อน”รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่จะทำต่อไปคือการเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน โดยสนับสนุนการทำอาชีพเสริมผ่านระบบสหกรณ์ และมีนโยบายที่จะทำซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ที่มีคุณภาพ ทั้งเนื้อ นม ไข่ ข้าวสาร ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เบื้องต้น จะตั้งกรรมการศึกษารูปแบบซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ในสัปดาห์หน้า และจะเริ่มนำร่องที่จังหวัดนครปฐม เร็วๆนี้จะได้ให้เห็นแน่นอน เพื่อจะดึงเม็ดเงินไหลกลับไปสู่เกษตรกร เพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงครอบครัวและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมฯ ได้วางแนวทางพัฒนาสหกรณ์ ในปี 2563 โดยจะเน้นการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยจะมีการบริหารแปลงใหญ่แบบครบวงจรโดยใช้สหกรณ์ในพื้นที่เข้าไปบริหารจัดการผลผลิต แปรรูป จนถึงหาตลาดมารองรับ การพัฒนาการผลิตของสมาชิกให้ได้มาตรฐานการเกษตร GAP และมาตรฐานออร์แกนิค การสนับสนุนองค์ความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการผลิตสินค้า การบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร การจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว การพัฒนาระบบ GMP กระบวนการแปรรูปสินค้าสหกรณ์ เพื่อลดการสูญเสียในขั้นตอนการผลิตและต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงยกระดับสหกรณ์ในอำเภอเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าการเกษตรที่สำคัญ เพื่อเก็บชะลอไม่ให้ทะลักสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าให้กับเกษตรกร

“จะพัฒนาระบบธุรกรรมสินค้าการเกษตรด้วยเทคโนโลยีด้วยระบบบล็อกเชน ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการจ้างผู้เชี่ยวชาญศึกษาและวางระบบนี้เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ และที่สำคัญคือการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเพื่อดึงคนเข้ามาศึกษาดูงานและจัดกิจกรรมที่สหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้สมาชิกผ่านโครงการไมซ์เพื่อชุมชน”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม งานอีกด้านที่ต้องเร่งดำเนินการคือการจัดการให้สหกรณ์เป็นองค์กรที่พัฒนาเชิงคุณภาพโดยเฉพาะการจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ ที่จะต้องช่วยกันวางระบบวางแผนการผลิตสินค้าการเกษตร ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยสหกรณ์จะมีบิบาทในการสนับสนุนเงินทุนและปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพให้กับสมาชิก และเพิ่มศักยภาพสหกรณ์ให้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้สมาชิก ทั้งปัญหาหนี้สิน การออม และการลงทุน